
ปฏิรูปองค์กรอิสระ : คุณสมบัติใหม่
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาส่วนใหญ่มักจะบอกว่าผู้คนกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่คนที่พร้อมจะเปลี่ยนก็มีอยู่มาก
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาส่วนใหญ่มักจะบอกว่าผู้คนกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่คนที่พร้อมจะเปลี่ยนก็มีอยู่มาก และบุคคลเหล่านี้มักจะพาตัวเองและองค์กรไปสู่จุดที่ดีกว่า
เช่นเดียวกับการปรับเปลี่ยนคุณสมบัติขององค์กรอิสระเป็นเรื่องที่ไม่สมควรและจะทำให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะคุณสมบัติเหล่านั้นเป็นการปฏิรูปจริงหรือไม่
เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว คุณสมบัติทั้งหลายขององค์กรต่างๆ ได้มีการปรับเปลี่ยนกันถ้วนทั่ว แต่องค์กรที่อาจจะเป็นประเด็นค่อนข้างมาก คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
คุณสมบัติ กกต.แยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก มีอยู่ 5 ท่าน ซึ่งต้องเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่างๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ โดย (1) รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือ (2) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือ (3) ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์โดยท่านทั้งหลายตาม (1) ถึง (3) ต้องมีคุณสมบัติเช่นว่ามาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือ
(4) เป็นหรือเคยเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรับรองการประกอบวิชาชีพ โดยประกอบวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่ายี่สิบปีนับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อ หรือ (5) เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ทางด้านการบริหาร การเงิน การคลัง การบัญชี หรือการบริหารกิจการวิสาหกิจในระดับไม่ต่ำกว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจำกัดมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี หรือ (6) เคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (5) รวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี หรือ (7) เป็นผู้ทำงานหรือเคยทำงานในภาคประชาสังคมมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่ายี่สิบปี
ส่วนที่สอง มีอยู่ 2 ท่าน โดยเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี โดย 5 ท่านแรกที่ได้กล่าวไปนั้นได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหา ส่วน 2 ท่านหลังนี้ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
ลองพิจารณากันดูว่าคุณสมบัติเหล่านี้พอเหมาะพอสมแก่การเป็น กกต.หรือไม่อย่างไรนะครับ







