posttoday
แกนนำอุลตร้ามอบตัว ปฏิเสธจุดพลุแฟลร์

แกนนำอุลตร้ามอบตัว ปฏิเสธจุดพลุแฟลร์

24 ธันวาคม 2559

แกนนำกลุ่ม 'อุลตร้าไทยแลนด์' เข้ามอบตัว หลังถูกออกหมายจับ คดีจุดพลุแฟลร์ ยันไม่เกี่ยวข้องสมาชิกในกลุ่มนำพลุแฟลร์มาจุด แค่ร้องนำเชียร์เท่านั้น

แกนนำกลุ่ม 'อุลตร้าไทยแลนด์' เข้ามอบตัว หลังถูกออกหมายจับ คดีจุดพลุแฟลร์ ยันไม่เกี่ยวข้องสมาชิกในกลุ่มนำพลุแฟลร์มาจุด แค่ร้องนำเชียร์เท่านั้น

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 ธ.ค. นายประพจน์ ปานโพธิ์ทอง สมาชิกกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ พร้อมทนายความ และกลุ่มแฟนบอลอุลตร้าไทยแลนด์จำนวนหนึ่ง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว เดินเข้าไปห้องสอบสวนโดยทันที

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นผู้นำในการเชียร์เท่านั้น ไม่มีส่วนในการจุดพลุ ส่วนรายละเอียดอยู่ระหว่างการสอบสวนทั้งนี้ตนเคยได้พูดเอาไว้แล้วว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าวไม่ใช่อาชญากรเพียงแค่ทำในสิ่งที่กฎหมายไม่ให้ทำ และทำให้ภาพลักษณ์บ้านเมืองเสียหายดังนั้นอยากเตือนไปถึงกองเชียร์กลุ่มต่าง ๆ ว่า ขอให้เชียร์อยู่ในกรอบที่ถูกต้องโดยหลังจากพูดคุยกัน นายประพจน์ ยืนยันว่ายังเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทยต่อไป และรับปากว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ส่วนข้อหานั้นตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำจะเป็นผู้ดำเนินการแจ้งข้อหาตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา

ทั้งนี้ นายประพจน์ ได้พิมพ์หนังสือขอความเป็นธรรมแจกจ่ายให้สื่อมวลชน ข้อความว่า "ตามหมายเรียกที่อ้างถึงพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ได้มีหมายเรียกให้ข้าพเจ้าไปพบเพื่อสอบสวนปากคำ กรณีการจุดพลุแฟลร์ภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยให้ไปพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ธ.ค. เวลา 16.00 น. ต่อมาข้าพเจ้าได้มอบหมายให้ทนายความโทรศัพท์แจ้งกับพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องเพื่อเลื่อนการเข้าพบ เนื่องจากตามวันเวลาที่นัดหมาย ข้าพเจ้าติดภารกิจที่ต่างจังหวัด โดยมิได้เจตนาที่จะหลีกเลี่ยงหรือมิให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด โดยภายหลังเมื่อเกิดเหตุการณ์ ข้าพเจ้ากลับตกเป็นจำเลยของสังคม โดยมีสื่อมวลชนบางแห่งกล่าวหาว่าเป็นแกนนำในการจุดพลุแฟลร์ และลงภาพถ่ายของข้าพเจ้าให้ปรากฏตามหน้าทีวีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์รายวัน รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง อาชีพการงานและวงศ์ตระกูล

ดังนั้นข้าพเจ้าจึงขอชี้แจงรายละเอียดที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งขอความเป็นธรรมกับพนักงานสอบสวนในการดำเนินคดีนี้อย่างเป็นธรรม โดยยึดหลักความถูกต้องไม่เอนเอียงไปตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้น โดยขอชี้แจงข้อเท็จจริงตามลำดับดังต่อไปนี้ 1.วัตถุประสงค์ของกลุ่มอุลตร้า ไทยแลนด์ เกิดจากคนที่รักฟุตบอลทีมชาติไทย โดยมีแนวทางการเชียร์ที่เสียงดัง กระตุ้น ปลุกเร้าอย่างเสียงดังตลอด 90 นาที มีการโบกธงตลอด 90 นาที มีป้ายผ้าให้กำลังใจ โดยมีแฟนบอลชาวไทยทั่วประเทศทุกสาขาอาชีพ ทุกอายุตั้งแต่เยาวชนถึงผู้สูงอายุ เข้าไปเชียร์ด้วยกัน โดยมีสื่อกลางให้ข้อมูลเกี่ยวกับวันเวลาและสถานที่ในการแข่งขันผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Ultras Thailad ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา จนเริ่มมีสมาชิกจนถึงปัจจุบันที่ชอบแนวทางนี้ร่วมเชียร์ในสนามกว่า 1,000 คนในบางแมตช์การแข่งขัน และมีผู้กดติดตามในเพจเฟซบุ๊กมากกว่า 30,000 คน ซึ่งเมื่อพิจารณาในภาพรวมของกลุ่มแล้วจะเห็นได้ว่าเป็นกลุ่มที่สนับสนุนและให้กำลังใจทีมชาติไทยอย่างเหนียวแน่น ไม่ได้รวมตัวกันโดยมีเจตนาที่ไม่ดีต่อประเทศชาติแต่อย่างใด

2.อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนในกลุ่มบางคนได้มีการใช้พลุแฟลร์และควันสีในการร่วมเชียร์ด้วย ซึ่งข้าพเจ้าไม่อาจทราบถึงการกระทำหรือห้ามปรามผู้ใดได้ โดยในการร่วมเชียร์กับทางกลุ่มข้าพเจ้าก็เป็นเพียงคนหนึ่งในการร่วมเชียร์ทีมชาติไทย ซึ่งข้าพเจ้าได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้นำร้องเพลงเชียร์ของกลุ่มเท่านั้น ไม่เคยสนับสนุนให้ผู้ใดนำพลุแฟลร์มาใช้ในการร่วมเชียร์ ทั้งยังเคยแจ้งเตือนแฟนบอลสมาชิกผ่านทางเฟซบุ๊กว่า "ทางกลุ่มอุลตร้า ไทยแลนด์ ไม่สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิดในราชอาณา จักรไทย" เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจให้ทุกๆ คนที่มาร่วมเชียร์ในกลุ่มได้รับทราบ ซึ่งที่ผ่านมาข้าพเจ้าและทางกลุ่มอุลตร้า ไทยแลนด์ ได้ช่วยกันดูแลสอดส่องไม่ให้มีการจุดพลุแฟลร์ในสนามอย่างดีที่สุดแล้ว การที่มีบุคคลใดนำพลุแฟลร์เข้าไปจุดในวันเกิดเหตุ ข้าพเจ้าและทางกลุ่มไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นหรือให้การสนับสนุนด้วย อีกทั้งยังไม่เคยมีเจตนาจะทำลายภาพลักษณ์หรือชื่อเสียงของประเทศชาติแต่อย่างใด จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาบุคคลผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป"
         

ต่อมาในเวลาประมาณ 20.00 น. หลังจากสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนได้อนุญาตให้ นายประพจน์ ประกันตัวชั่วคราว โดยวางหลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 หมื่นบาท จากนั้น นายประพจน์ ได้เดินออกจากห้องพนักงานสอบสวนโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใดไปขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่ด้านหน้า  สน.หัวหมาก ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ด้าน พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า จาก การสอบปากคำผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยระบุว่าจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น พนักงานสอบสวนจึงอนุญาตให้ประกันตัวด้วยเงินสด 5 หมื่นบาท ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเรียกพยานบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีมา สอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งแต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าพยานที่จะเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมนั้นมีจำนวนกี่คน หลังจากนั้นจะเรียกมาสอบสวนเป็น ระยะ ๆ โดยการที่พนักงานสอบสวนอนุญาตให้นายประพจน์ประกันตัวมีข้อบังคับว่าจะต้องมารายงานตัวอีกครั้งในช่วงระยะเวลา 1 เดือน นับจากวันนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท