
คสช.คุม5ผู้ต้องสงสัยแฮ็กเว็บ
ทหารรวบ 5 วัยรุ่น ผู้ต้องสงสัยโจมตีเว็บไซต์รัฐบาลคาดเตรียมขยายผลนับร้อยคน
ทหารรวบ 5 วัยรุ่น ผู้ต้องสงสัยโจมตีเว็บไซต์รัฐบาลคาดเตรียมขยายผลนับร้อยคน
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการเชิญตัวผู้ต้องสงสัยในการโจมตีเว็บไซต์ราชการ 5 ราย ของกลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิ้ลเกตเวย์ มาสอบสวนและให้ข้อมูลที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นทั้งหมดได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และคาดว่าจะสามารถขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกเกือบ 100 รายได้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีความคึกคะนอง
“เรามีข้อมูลเอาผิดบุคคลต้องสงสัยทั้ง 5 ราย และกำลังดำเนินการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม หลังครบ 7 วัน จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนและส่งฟ้องศาลพลเรือน” แหล่งข่าว คสช.ระบุ
ทั้งนี้ ความผิดที่เกี่ยวข้อง คือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และยังจะต้องดูที่เจตนาด้วยว่าทำลายความมั่นคงประเทศหรือไม่ เบื้องต้นมีความชัดเจนว่าเข้าข่าย เพราะไปโจมตีกรมบัญชีกลาง เว็บไซต์หน่วยงานราชการ เพื่อต้องการให้เว็บไซต์ล่ม
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตำรวจได้เร่งติดตามกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่โจมตีเว็บไซต์ของทางราชการ ซึ่งการสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าไปค่อนข้างมากแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับผู้กระทำผิดว่าเป็นคนกลุ่มใด
ด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า กองทัพบกกำลังทำความเข้าใจกับประชาชนและกลุ่มที่คัดค้าน แต่หากทำความเข้าใจแล้วยังไม่เข้าใจ มีความพยายามก่อกวนโจมตีเว็บไซต์อีก ก็ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมาย
“ยอมรับว่ามีการโจมตีเว็บไซต์ของ คสช.และเว็บไซต์กรมการเงินของกองทัพบก ส่งผลให้เว็บไซต์ประมวลผลได้ช้าลง แต่ไม่มีผลกระทบต่อข้อมูล” พล.อ.
เฉลิมชัย กล่าว
สำหรับกระแสข่าวว่า คสช.ได้ควบคุมตัวกลุ่มที่โจมตีเว็บไซต์นั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้แถลงให้ทราบ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ากลุ่มที่โจมตีเว็บไซต์เป็นเยาวชนที่ทำด้วยความสะใจ แต่จะคุ้มหรือไม่ หากเสียอนาคต โดยทางผู้รับผิดชอบไม่ได้มีการปล่อยปละละเลย ซึ่งได้มีการดำเนินการอยู่และจะออกมาแถลงในโอกาสต่อไป
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า ขณะนี้ต้องเร่งกำจัดข้อมูลขยะบนโซเชียลมีเดียที่สร้างความเสียหายให้ผู้อื่น พร้อมเร่งให้ฝ่ายกฎหมายออกมาตรการควบคุมและกำจัดข้อมูลที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้ผู้อื่น เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมเสื่อมโทรม และยืนยันรัฐบาลไม่ได้ต้องการแอบฟังใคร เว้นแต่ถ้ามันมีปัญหาออกมา
ภาพประกอบข่าว







