
กรมชลฯเฝ้าระวังฝนตกภาคใต้อีกระลอก
กรมชลประทานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำภาคใต้ หลังมีฝนตกหนักในภาคใต้ตอนล่าง พร้อมเข้าช่วยเหลือหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
กรมชลประทานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำภาคใต้ หลังมีฝนตกหนักในภาคใต้ตอนล่าง พร้อมเข้าช่วยเหลือหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปริมาณฝนสะสม 3 วัน(19 – 21 ธ.ค. 59) ที่อำเภอสุไหงโก-ลก วัดได้ 318 มิลลิเมตร และอำเภอสุไหงปาดี วัดได้ 296 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลกสูงขึ้นเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ระดับน้ำสูงประมาณ 50 - 70 เซนติเมตร ระดับน้ำที่สะพานลันตู อำเภอสุไหงโก-ลก วัดได้ 8.81 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 0.61 เซนติเมตร แนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้
สำหรับจังหวัดยะลา และปัตตานี มีแม่น้ำปัตตานีเป็นแม่น้ำสายหลักไหลผ่านทั้งสองจังหวัด และมีเขื่อนบางลาง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำปัตตานี มีความจุ 1,454 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ ประมาณ 11 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำเก็บกัก 539 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 37ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำในฤดูฝนนี้ได้อีกกว่า 915ล้านลูกบาศก์เมตร
ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำปัตตานี ที่อำเภอเมืองปัตตานี มีระดับน้ำ 2.17 เมตร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.17 เมตร มีน้ำเอ่อท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ แต่พื้นที่เศรษฐกิจยังไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ บริเวณที่เกิดฝนตกหนัก ในเขตอำเภอเมืองยะลาและอำเภอเมืองปัตตานี เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเล น้ำจะไหลลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ดังกล่าว
กรมชลประทาน ได้ให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ ให้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำ และเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ยังคงเตรียมพร้อมในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้สามารถเร่งระบายน้ำได้อย่างทันต่อเหตุการณ์ หากเกิดกรณีน้ำท่วมฉับพลัน







