posttoday
ญี่ปุ่นลุยแก้วิกฤตแรงงาน ดึงหุ่นยนต์เติมภาคอุตสาหกรรม

ญี่ปุ่นลุยแก้วิกฤตแรงงาน ดึงหุ่นยนต์เติมภาคอุตสาหกรรม

22 ธันวาคม 2559

ความพยายามแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานเรื้อรังของญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามปฏิรูปตลาดแรงงานด้วยการเปิดรับแรงงานต่างชาติมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเสนอปรับแก้กฎหมายเพื่อดึงให้ผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานมากกว่าเดิม อย่างไรก็ดี การเร่งเพิ่มจำนวนแรงงานไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เมื่อพิจารณาจากสภาพสังคมญี่ปุ่นที่จำนวนผู้สูงอายุปรับตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่อัตราการเกิดอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศ

ความพยายามแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานเรื้อรังของญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามปฏิรูปตลาดแรงงานด้วยการเปิดรับแรงงานต่างชาติมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเสนอปรับแก้กฎหมายเพื่อดึงให้ผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานมากกว่าเดิม อย่างไรก็ดี การเร่งเพิ่มจำนวนแรงงานไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เมื่อพิจารณาจากสภาพสังคมญี่ปุ่นที่จำนวนผู้สูงอายุปรับตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่อัตราการเกิดอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศ

แม้ว่านายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้ให้คำมั่นว่าจะผลักให้การขยายตัวของประชากรญี่ปุ่นที่ 100 ล้านคน เป็นวาระสำคัญแห่งชาติ แต่ในปัจจุบันอัตราการเกิดของประชากรญี่ปุ่นยังคงอยู่ที่ 1.4 คน/ผู้หญิง 1 คน ซึ่งต่ำกว่าอัตราการขยายตัวของประชากรอย่างสมดุลตามข้อมูลสถาบันวิจัยด้านความมั่นคงและประชากรแห่งชาติของญี่ปุ่น ที่ 2.1 คน/ผู้หญิง 1 คน ด้านสัดส่วนประชากรสูงวัย อายุมากกว่า 65 ปี อยู่ที่ 27.3% ของประชากรทั้งหมด และสัดส่วนดังกล่าวคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% ภายในปี 2050 ขณะที่ประชากรวัยทำงานของญี่ปุ่นอยู่ที่ต่ำกว่า 80 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว และคาดว่าจะปรับตัวลงไปอีกในอนาคต

ปัญหาดังกล่าวจึงส่งผลให้ญี่ปุ่นประกาศผลักดันแผนการปฏิวัติหุ่นยนต์เมื่อปีที่ผ่านมา โดยกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ นำหุ่นยนต์มาใช้งานในหลายภาคอุตสาหกรรม เช่น การบริการสุขภาพ ภาคการผลิต และภาคบริการ เพื่อชดเชยการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งมีบริษัทญี่ปุ่นชั้นนำกว่า 200 แห่งเข้าร่วมแผนการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นโตโยต้า ฮอนด้า และพานาโซนิค โดยที่ผ่านมา บรรดาบริษัทดังกล่าวต่างดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าขยายภาคธุรกิจผลิตหุ่นยนต์ขึ้น 4 เท่า จาก 6.6 แสนล้านเยน ในปี 2015 (ราว 2 แสนล้านบาท) จนมีมูลค่า 2.4 ล้านล้านเยน (ราว 7.32 แสนล้านบาท) ภายในปี 2020 นอกจากนี้รัฐบาลยังประกาศให้เงินอุดหนุนการนำหุ่นยนต์มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กจะได้รับเงินดังกล่าวราว 2,200 ล้านเยน (ราว 671 ล้านบาท)

เมื่อไม่นานนี้ แผนการดังกล่าวของอาเบะเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น เมื่อรัฐบาลท้องถิ่นของเมืองคาโดมะ ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมล้าสมัยในจังหวัดโอซากา เตรียมนำหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อพลิกฟื้นภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ซึ่งขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก หลังประชากรในเมืองลดลงไปกว่า 13% โดยบริษัทอิซุโมะ ผู้ผลิตยางพาราขนาดเล็กภายในเมือง เปิดเผยว่า จะนำหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าของบริษัท เนื่องจากไม่สามารถหาแรงงานเพิ่ม และมองว่าหุ่นยนต์จะเพิ่มกำลังผลิตสินค้าได้อย่างมหาศาล

การขยายตัวของประชากรในระดับต่ำและจำนวนผู้สูงอายุที่ปรับตัวขึ้น ทำให้บริษัทหลายแห่งโดยเฉพาะภาคการผลิตหาแรงงานยากขึ้น กระทรวงแรงงานญี่ปุ่น เปิดเผยว่า อัตราว่างงานของญี่ปุ่นในขณะนี้อยู่ที่ 3% ซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1995 ด้านสัดส่วนตำแหน่งงานว่างต่อผู้สมัครงาน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.4 อัตราในเดือน ต.ค. ปรับขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 25 ปี  

การเริ่มนำหุ่นยนต์มาใช้ในอุตสาหกรรมล้าสมัยของญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากเป็นความพยายามแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนแล้ว ยังถือเป็นความเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับประเทศอุตสาหกรรมหลายแห่ง เช่น สหรัฐ ที่มองว่าหุ่นยนต์จะเข้ามาแย่งงานในภาคการผลิต นอกจากนี้ การขยายการใช้งานหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นว่าญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงาน จากเดิมที่หวังเพิ่มแรงงานจากต่างชาติ สู่การหันไปพึ่งพาหุ่นยนต์แทน

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลญี่ปุ่นส่งสัญญาณจะเพิ่มแรงงานต่างชาติขึ้นเป็น 2 เท่าในปีนี้ จากในปัจจุบันที่มีแรงงานต่างชาติราว 1.9 แสนคน ทำงานอยู่ภายใต้โครงการฝึกงาน ซึ่งเป็นการดึงแรงงานจากต่างชาติโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาเข้ามาในระยะเวลาจำกัด อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นยังมีปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานมาเป็นระยะ เช่น การบังคับให้ทำงานล่วงเวลาและการจ่ายค่าแรงต่ำกว่าปกติ ขณะที่อุปสรรคด้านภาษาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในญี่ปุ่นได้ไม่มากนัก โดยรายงานของเจแปนไทมส์ เมื่อเดือน ก.พ. 2015 พบว่ามีแรงงานที่สอบภาษาญี่ปุ่นผ่านและได้รับใบอนุญาตเพียง 240 คน จากราว 1,500 คนเท่านั้น 

กระทรวงเศรษฐกิจญี่ปุ่น คาดการณ์ว่าหุ่นยนต์สามารถช่วยชดเชยการขาดแคลนแรงงานได้ราว 5.7 ล้านอัตรา ไปจนถึงราวเดือน มี.ค. 2031 ด้านบริษัทที่ปรึกษาบอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป เปิดเผยว่า การนำหุ่นยนต์มาใช้งานสามารถช่วยเอกชนญี่ปุ่นลดต้นทุนการจ้างงานได้ราว 25% ภายในปี 2025 ซึ่งหากหลายโรงงานประสบความสำเร็จในการนำหุ่นยนต์มาใช้งานมากกว่าเดิม เอกชนญี่ปุ่นจะมีศักยภาพแข่งขันกับบริษัทต่างชาติได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะบริษัทจีนที่มีต้นทุนการจ้างแรงงานต่ำกว่ามาก และเป็นอีกประเทศที่เริ่มนำหุ่นยนต์มาใช้ในภาคการผลิต

ทั้งนี้ สหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ ระบุว่า ในปัจจุบันญี่ปุ่นมีการใช้งานหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก อยู่ที่ 305 ตัว/แรงงาน 1 หมื่นคน รองจากเกาหลีใต้ที่มีการใช้งานหุ่นยนต์มากที่สุดที่ 531 ตัว ขณะที่สัดส่วนดังกล่าวของจีนยังตามหลังอยู่ที่ 49 ตัว 

นอกเหนือจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตแล้ว ธุรกิจในภาคบริการหลายแห่งในญี่ปุ่นได้นำหุ่นยนต์มาใช้งานจริงแล้ว เช่น โรงแรมเฮนนะ ในเมืองนางาซากิ ที่ดำเนินกิจการโดยบริษัท เฮาส์ เทน บอช ธุรกิจสวนสนุกสัญชาติเนเธอร์แลนด์ นำหุ่นยนต์ผู้หญิงและหุ่นไดโนเสาร์ติดตั้งโปรแกรมสื่อสารได้หลายภาษามาใช้ต้อนรับแขก

ด้านธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุซึ่งคาดว่าจะขาดแคลนแรงงานราว 3.77 แสนอัตรา ภายในปี 2025 ได้ตั้งรับสถานการณ์ดังกล่าวนับตั้งแต่ปี 2013 โดยบริษัทในอุตสาหกรรมกว่า 60% เร่งพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อเตรียมนำมาใช้ดูแลผู้สูงอายุ เช่น บริษัท ไซเบอร์ไดน์ อิงค์ ได้พัฒนาชุดหุ่นยนต์สำหรับผู้สูงอายุที่มีชื่อว่า เอชเอแอล ขึ้นมาในปี 2014 ประกอบด้วยเซ็นเซอร์ส่งกระแสไฟฟ้า สั่งการให้สมองเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ง่ายขึ้น

การริเริ่มนำหุ่นยนต์มาใช้แทนพนักงานในภาคอุตสาหกรรมบริการ สอดคล้องกับผลการศึกษาของสถาบันวิจัยโนมูระ รีเสิร์ช และโครงการศึกษาด้านเทคโนโลยีและการจ้างงานของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่าในอีก 10-20 ปีข้างหน้า หุ่นยนต์สามารถมาแทนที่ตำแหน่งงาน 601 ประเภทในญี่ปุ่น ซึ่งมีการจ้างงาน 42.8 ล้านอัตราในปัจจุบัน คิดเป็นสัดส่วนราว 49% ของแรงงานภายในประเทศทั้งหมด โดยตำแหน่งงานดังกล่าวประกอบด้วย งานธุรการ แคชเชียร์ คนทำความสะอาด และพนักงานโรงแรม 

การดึงหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น จึงเป็นความหวังหนึ่งในการแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนของญี่ปุ่น แต่ก็ต้องจับตาดูต่อไปว่าการหันพึ่งหุ่นยนต์จะนำไปสู่การแก้วิกฤตดังกล่าว
ให้กับเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับ 2 ของเอเชียได้อย่างยั่งยืนหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท