posttoday
"นายกฯ"เปิดประชุมเอเชียตะวันออกว่าด้วยครอบครัวและความเสมอภาค

"นายกฯ"เปิดประชุมเอเชียตะวันออกว่าด้วยครอบครัวและความเสมอภาค

22 ธันวาคม 2559

นายกรัฐมนตรี ยันไทยพร้อมหนุนการพัฒนาความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว-ความเสมอภาคทางเพศให้เป็นรูปธรรมนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2030

นายกรัฐมนตรี  ยันไทยพร้อมหนุนการพัฒนาความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว-ความเสมอภาคทางเพศให้เป็นรูปธรรมนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2030

วันที่ 22 ธ.ค.  เวลา 9.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ในโอกาสเปิดงานการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเชียตะวันออกด้านครอบครัวและความเสมอภาคระหว่างเพศ ณ ห้องบอลรูม โรงแรมแชงกรีลา โดยภายหลังเสร็จสิ้น พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวสรุปสาระสำคัญดังนี้ นายกรัฐมนตรีมีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเชียตะวันออกด้านครอบครัวและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ภายใต้หัวข้อ “สังคมที่เป็นมิตรกับครอบครัว: การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านสถาบันครอบครัวและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ” นับเป็นมิติใหม่ของความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงประเด็นทั้งเรื่องครอบครัวและความเสมอภาคทางเพศเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการส่งเสริม ให้ทุกคนในภูมิภาคนี้และทั้งโลกเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนสถาบันครอบครัวให้มีคุณภาพ  และสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้นในสังคม อันนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2030 (Sustainable Development Goals: SDGs)
 
​ปัจจัยที่จะช่วยให้ครอบครัวมีคุณภาพต้องอาศัยทั้งจากสภาวะภายในและภายนอก ภายในคือความรักความอบอุ่นของสมาชิกในครอบครัว การอบรมเลี้ยงดู  การดูแลเอาใจใส่ รวมถึงสถานภาพทางการเงิน ส่วนสภาวะภายนอกคือ ความพร้อมของสาธารณูปโภคพื้นฐาน การจัดสรรดูแลพื้นที่ที่อยู่อาศัย การสร้างสังคมปลอดภัย และมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน และยังมีปัจจัยอื่นอีกหลายประการที่จะช่วยให้สถาบันครอบครัวและสังคมมีความสอดคล้องกัน คือเมื่อสถาบันครอบครัวมีคุณภาพก็จะทำให้สังคมดี และเมื่อสังคมดีก็ส่งผลให้ครอบครัวได้อยู่ในสังคมคุณภาพไปด้วย
 
ในส่วนประเด็นความเสมอภาคทางเพศ การยอมรับในสถานภาพของแต่ละฝ่ายถือเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับการอยู่ร่วมกันทั้งในเชิงครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศ และในระดับโลก ซึ่งจะเป็นการแสดงความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่สถานภาพใด ฐานะทางสังคมแตกต่างกันเช่นไร แต่การยอมรับและให้เกียรติกันคือสิ่งที่พึงกระทำต่อกันอย่างเท่าเทียม

​สำหรับเรื่องการพัฒนาสตรีให้ได้รับความเสมอภาคอย่างรอบด้าน ควรเริ่มจากการสนับสนุนและเปิดโอกาสให้สตรีแสดงศักยภาพและความสามารถผ่านการทำงาน การเป็นตัวแทน และการเป็นผู้นำในภาคธุรกิจรวมถึงภาครัฐ อย่างยุติธรรม ยึดความรู้ความสามารถและคุณธรรมเป็นหลักเพื่อส่งเสริมการทำงานอย่างเหมาะสม ซึ่งจะทำให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมด้วย รวมทั้งการพัฒนาและดูแลสุขภาพของสตรีให้มีพลานามัยที่แข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ การขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกสถานการณ์ และการสร้างทัศนคติเรื่องไม่กระทำความรุนแรงต่อสตรีไม่ว่าจะทางร่างกายหรือสภาวะจิตใจให้กับสังคมรับทราบ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงซึ่งเป็นวัยที่ต้องดูแลเอาใจใส่และควรได้รับการปลูกฝังที่ดี ตลอดจนการปกป้องจากภาวะที่ไม่เหมาะสม เพื่อสร้างให้เด็กเป็นบุคลากรที่มีความสุข มีความปลอดภัย และเป็นคนคุณภาพในอนาคต
 
​ทั้งนี้ เรื่องครอบครัวและความเสมอภาคระหว่างเพศเป็นเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาสังคมในภาพใหญ่ ซึ่งอยู่ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ตามที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายไว้ 17 ประการ โดยยึดแนวคิดการพัฒนาเป็นมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งในประการที่ 5 คือความเท่าเทียมทางเพศการเสริมสร้างพลังให้แก่สตรีและเด็กหญิงทุกคน และประการที่ 11 คือการทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานมีความปลอดภัย ทั่วถึง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ประการนี้มีความสอดคล้องต่อการดูแลและพัฒนาสถาบันครอบครัวให้มีความปลอดภัยผ่านการสร้างสิ่งแวดล้อมทางสังคมให้มีประสิทธิภาพเพื่อการอยู่อาศัยของประชาชน
 
ดังนั้น การพัฒนาสถาบันครอบครัวให้มีคุณภาพและการสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการทำให้สังคมมีความน่าอยู่และเป็นมิตรกับทุกคน พร้อมทั้งเป็นแรงผลักดันในการช่วยสร้างสรรค์ให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันทำงานเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์   ที่วางไว้อย่างเต็มที่รัฐบาลไทยยืนยันเจตนารมณ์ความมุ่งมั่นในการร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมพร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างโอกาสในการเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งของครอบครัวบนพื้นฐานของความเสมอภาค ทั้งนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสมดุล มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมคุณภาพ และมีความสุขภายใต้การดำเนินชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงดังพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อันนำมาซึ่งการสร้างภูมิคุ้มกันในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพต่อไป
 
​และสำหรับการตกลงปฏิญญากรุงเทพฯ ในการประชุมครั้งนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว และเป็นการยกระดับความเข้าใจในการสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศให้ไปสู่การปฏิบัติมากยิ่งขึ้น โดยการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ คือครอบครัว เพราะเป็นพื้นฐานของสังคมและเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกฝังทัศนคติที่ใกล้ชิดที่สุด ทั้งในเรื่องความเสมอภาคทางเพศ และเรื่องการสร้างสังคมให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ด้วยสิ่งแวดล้อมที่ดีสำหรับตนเองและผู้อื่น
 
​นายกรัฐมนตรีหวังว่าการประชุมระดับรัฐมนตรีภูมิภาคเอเชียตะวันออก จะเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างจริงจังของรัฐภาคีที่จะดำเนินการในบริบทของการส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและความเสมอภาคระหว่างเพศ รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของพลังความร่วมมือที่แข็งขันในภูมิภาคนี้ อันจะส่งผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะมีประชาชนเป็นศูนย์กลางของการนำสังคมไปสู่ความ   เท่าเทียมและมั่นคง โดยเชื่อมั่นว่าปฏิญญากรุงเทพฯ จะเป็นเครื่องมือหนึ่ง  ที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของรัฐภาคีให้สนองตอบต่อประชาชนในภูมิภาคนี้จนสามารถบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในระยะเวลาที่กำหนด

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่เป็นเจ้าภาพและทำให้การจัดการประชุมในครั้งนี้บรรลุเป้าหมาย ขอขอบคุณรัฐมนตรีและคณะผู้แทนของรัฐภาคีทุกประเทศที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ และหวังว่า การประชุมระดับรัฐมนตรีในครั้งนี้จะนำมาซึ่งความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงปฏิญญากรุงเทพฯ ร่วมกัน และสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกประการ

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์