
บิ๊กตู่ซัดกลุ่มต้านพรบ.คอมพ์
ลั่นไม่ต้องให้เครดิต มั่นใจแฮ็กข้อมูลไม่ได้สั่งทุกฝ่ายแจงสาระกม.
ลั่นไม่ต้องให้เครดิต มั่นใจแฮ็กข้อมูลไม่ได้สั่งทุกฝ่ายแจงสาระกม.
นายกฯ ถามกลุ่มต้าน พ.ร.บ.คอมพ์ เข้าใจสาระกฎหมาย-ศีลธรรมหรือยัง ขอให้ตระหนักภัยโซเชียล
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อย่าไปให้ความสำคัญกับกลุ่มที่คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มากนัก เพราะในขณะนี้คิดว่าคนส่วนใหญ่มีความเข้าใจถึงเหตุผลและความจำเป็น เพียงแต่ไม่แสดงความคิดเห็นออกมา
“การที่ประกาศออกมาว่าจะโจมตี ทางรัฐบาลก็มีมาตรการต่างๆ ซึ่งจริงๆ แล้วเขามีระบบรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ฉะนั้นอย่าไปให้เครดิตมากนักเลย การจะล้มนู่นล้มนี่นั้นทำไม่ได้หรอก เพียงแต่ทำให้ไม่สามารถใช้การได้ไประยะหนึ่งเท่านั้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ การจะล้วงระบบต่างๆ มันไม่ง่ายเพราะมีระบบรองรับไว้หลายๆ อย่าง โดยเฉพาะระบบการเงินการคลังต่างๆ ของประเทศ ใช้กันทั้งโลก ถ้ามาตรการเหล่านี้แก้ไขอะไรไม่ได้ก็คงวุ่นวายไปหมด
“คนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ เป็นคนที่ต่อต้านคัดค้าน ผมก็เพียงถามกลับไปว่าเข้าใจหรือยัง บางคนเขาโพสต์มา ก็ไลค์ ต่อไปเรื่อยๆ บางทีไม่ได้ดูสาระข้างในที่เขาพยายามอธิบาย ว่าความหมายคืออะไร ภัยโซเชียลมีเดียมีมาก ผมสงสัยว่า ในเมื่อเราเป็นประเทศเมืองพุทธส่วนใหญ่ เขาเขียนคำว่าศีลธรรมอันดี ไม่รู้จักกันเหรอ ถ้ารู้จักก็อย่ามีปัญหามากนัก การทำผิดศีลธรรมอันดี ความมั่นคงของประเทศชาติ ถ้าไม่เข้าใจคำนี้ ก็ไม่ต้องทำอย่างอื่น” นายกฯ กล่าว
ด้าน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.ได้มีการพูดถึงเรื่องการคัดค้าน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยนายกฯ ขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไปอธิบาย ส่วนตนเองจะช่วยอธิบายด้วย เพราะเท่าที่มีการพูดกันยังไม่ค่อยตรงเท่าไร ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับซิงเกิ้ล เกตเวย์ โดยมีการอธิบายตัวกฎหมายในเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
“นายกฯ เป็นห่วงเรื่องนี้ โดยเฉพาะเป็นห่วงว่าที่มีการพูดกันเรื่องนี้ยังไม่มีใครเข้าใจจริงๆ จึงให้ทางดีอีเร่งชี้แจงให้ชัดเจนจะได้ช่วยลดข้อขัดแย้งลง ยอมรับว่าการประชาสัมพันธ์ที่ผ่านมาอาจมีน้อย” นายดิสทัต กล่าว
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ตามที่องค์กรต่างประเทศบางองค์กรแสดงความห่วงกังวลต่อร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นั้น ขอชี้แจงว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นข้อมูลและการกระทำที่ผิดกฎหมาย อาทิ การก่อการร้าย เว็บไซต์ผิดกฎหมาย เว็บไซต์ขายของที่เป็นอันตรายต่อเด็ก การโจมตีทางไซเบอร์ การโจรกรรมข้อมูล การฉ้อโกง เว็บไซต์ลามกอนาจาร
“รัฐบาลขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายซิงเกิ้ลเกตเวย์ ซึ่งขัดต่อการส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อก้าวสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0” นายเสข กล่าว







