
ราคาน้ำตาลโลกในปีหน้าสดใส
โดย...จิตรา อมรธรรม
โดย...จิตรา อมรธรรม
นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา มีส่วนทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกวิ่งขึ้นในอัตราเร่งเพิ่มเติมจากข่าวดีที่ผู้ผลิตน้ำมันกลุ่มโอเปกเห็นชอบลดกำลังการผลิต และยังสามารถตกลงกันได้ระหว่างกลุ่มโอเปกและนันโอเปกในการตรึงกำลังการผลิต เพราะทรัมป์สัญญากับประชาชนชาวอเมริกันว่าจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมาสดใสขึ้น ส่งผลให้ราคาทั้ง Hard Commodity (น้ำมัน) และ Soft Commodity ขยับสูงขึ้น เพราะสหรัฐเป็นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายของสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิด
ในบรรดา Soft Commodity ทั้งหมด ราคาน้ำตาลโลกมีทิศทางที่สดใสมาก เพราะจะเข้าสู่ภาวะขาดดุลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันราว 8-9 ล้านตัน ราคาหุ้นในกลุ่มน้ำตาลถูกคาดหวังสูง ต่างก็ปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉลี่ย 20% ในช่วงระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในสัปดาห์นี้ FSS ขอแนะนำหุ้นบริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) แต่ถ้าจะซื้อเพิ่ม ควรต่อราคาเพราะราคาวิ่งแรงจัดเกินไป
ปีหน้าดูดีขึ้น
สำหรับการเติบโตในปี 2560 คาดว่าปริมาณอ้อยของไทยอาจจะอยู่ที่ระดับ 90 ล้านตัน ลบ 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงขึ้นจากเดิมเคยคาดไว้ที่ 85 ล้านตัน และคาดปริมาณอ้อยของ KSL น่าจะทำได้ทรงตัวจากปีนี้ที่ระดับ 7.6 ล้านตันอ้อย นั่นหมายถึงปริมาณขายน้ำตาลในปีหน้าน่าจะทรงตัวถึงเติบโตเล็กน้อย (มีสต๊อกจากปี 2559 เลื่อนมาขายในช่วงไตรมาสแรกปี 2560 ราว 9 หมื่นตัน) ดีกว่าเดิมที่เคยคาดว่าจะลดลงราว 12% ในขณะที่ราคาขายยังอิงสมมติฐานเดิมที่ 21-22 เซนต์/ปอนด์ สูงขึ้นจากปีนี้ที่ 16 เซนต์/ปอนด์ อ้างอิงจากการล็อกราคาน้ำตาลของ อนท.ที่ทยอยล็อกในส่วนของการส่งออกน้ำตาลปีหน้าไปแล้วราว 70% ที่ระดับราคา 20-21 เซนต์/ปอนด์ (สูงขึ้น 29-35% จากปีนี้) รวมถึงธุรกิจน้ำตาลที่ลาวและกัมพูชามีแนวโน้มว่าจะพลิกกลับมามีกำไรเล็กน้อยในปีหน้า จากที่น่าจะขาดทุนในปีนี้ประมาณ 200 ล้านบาท จากราคาขายที่สูงขึ้นตามราคาน้ำตาลในตลาดโลก
ธุรกิจไฟฟ้าน่าจะปรับตัวดีขึ้น แม้ราคาขายไฟน่าจะทรงตัว แต่ปริมาณขายจะดีขึ้นจากปัญหาภัยแล้งที่หมดไป และธุรกิจเอทานอลยังดูดีต่อเนื่อง จากความต้องการใช้ที่สูงขึ้น ทำให้เกิดการแย่งซื้อ นำไปสู่ราคาเอทานอลปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุดขยับมาอยู่ที่ 24-25 บาท/ลิตร (จาก 23 บาท/ลิตร ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2559 ที่ผ่านมา)
กำไรไตรมาส 4 น่าจะต่ำสุด
คาดกำไรสุทธิในปี 2560 ของ KSL จะเติบโตสูงถึง 75% เป็น 1,200 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในระยะใกล้นี้ ผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2559 (ส.ค.-ต.ค. 2559) ที่จะประกาศภายในสิ้นเดือนนี้ คาดว่าจะเป็นกำไรต่ำสุดของปีที่ 79 ล้านบาท ลดลง 9% จากไตรมาสก่อน แต่พลิกจากที่ขาดทุน 273 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2558 เพราะราคาขายที่ไม่สดใส ขณะที่ปริมาณการขายลดลงจากไตรมาสก่อน ส่วนธุรกิจเอทานอลแม้ปริมาณขายน่าจะสูงขึ้นเป็น 23.5 ล้านลิตร แต่ราคาขายยังอยู่ในระดับใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 23 บาท/ลิตร ในขณะที่ธุรกิจไฟฟ้าน่าจะอ่อนแอตามฤดูกาลและต้นทุนสูงขึ้นจากเหตุภัยแล้งทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้า และคาดว่าจะทำให้กำไรจากการดำเนินงานทั้งปี 2559 อยู่ที่ 694 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 6 ปี
ควรรอซื้ออ่อนตัว
มองข้ามกำไรที่แย่ในปี 2559 จะพบว่ากำไรในปีหน้าสดใสมาก และราคาน้ำตาลโลกก็มีทิศทางขาขึ้นด้วย (ราคาหุ้นมักขึ้นตามราคาน้ำตาล) FSS ได้แนะนำซื้อมาก่อนหน้านี้แล้ว (มีคนที่ต้นทุนต่ำกว่า) และประเมินราคาตามพื้นฐานไว้ที่ 4.80 บาท อิงสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) 17 เท่า ราคาหุ้นปัจจุบันถูกเก็งกำไรไปมาก หากจะซื้อเพิ่มควรรออ่อนตัว แม้ว่าไม่น่าจะกลับลงมาต่ำกว่า 4.80 บาท ในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่ควรรออ่อนตัวอยู่ดี เพราะหากสมมติให้ KSL ซื้อขายที่พีอี 20-22 เท่า (สูงกว่าที่ FSS ประเมิน แต่เป็นพีอีของหุ้นตัวอื่นในกลุ่มน้ำตาล) ราคาจะอยู่ที่ 5.40-6.00 บาท ซึ่งมีโอกาสปรับขึ้นจากปัจจุบันไม่มาก ไม่คุ้มเสี่ยง







