
ทุนจีน-ไต้หวันบุกไทย
KWG เพิ่มทุนซื้อที่ผุดคอนโด TFD ร่วมทุนลุยนิคม
KWG เพิ่มทุนซื้อที่ผุดคอนโด TFD ร่วมทุนลุยนิคม
KWG ทุนจีนเพิ่มทุนระดม 1,800 ล้านซื้อที่ดินกลางเมืองผุดคอนโดมิเนียมด้าน TFD ดึงไต้หวันลุยธุรกิจนิคม-คอนโดมิเนียม
นายหยู่เผิงหวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง ไว กรุ๊ป (ประเทศไทย) (KWG) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2559 อนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2560 เพื่อเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 2,200 ล้านบาท เป็น 9,240 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 704 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท เพื่อเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้นในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 3.2 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 2.63 บาท
ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนคือผู้ถือหุ้นที่มีชื่อปรากฏอยู่ในสมุดทะเบียน ณ วันที่ 6 มี.ค. 2560 โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 7 มี.ค. 2560
นอกจากนี้ จะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 384 ล้านหุ้น ขายราคา 2.63 บาทเป็นเงิน 1,009 ล้านบาท ให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) คือบริษัท ทอมโม (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งเมื่อปี 2559 มี
นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ ประธานของบริษัท จีบีจีกรุ๊ป และรองประธานหอการค้าไทย-จีน และนายกสมาคมนักธุรกิจยุคใหม่ไทย-จีน และเป็นกรรมการบริษัทร่วมถือหุ้นกับบริษัท KWG ในสัดส่วน 51.31% และ 48.70%
กลุ่ม คิง ไว เป็นกลุ่มธุรกิจที่นายคิงไวชาน เป็นประธานกลุ่ม เมื่อต้นปี 2523 กลุ่ม คิง ไว มีประสบการณ์ในด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ธุรกิจด้านการเงิน ธุรกิจ E-commerce และธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ซึ่งการลงทุนในสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง และอาเซียน โดยมีสินทรัพย์ทั้งหมดมากถึง 1.10 แสนล้านบาท
การเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้บริษัทได้รับเงินเข้ามาประมาณ 1,851.52 ล้านบาท จะนำเงินที่ได้มาซื้อที่ดินใจกลางกรุงเทพฯ ขนาด 3.3 ไร่เป็นเงิน 1,200 ล้านบาท เพื่อทำโครงการคอนโดมิเนียมสูง 12 และ 40 ชั้น มีมูลค่าโครงการรวม 4,400 ล้านบาท และซื้อที่ดิน 260 ตารางวามูลค่า 145 ล้านบาทมาทำคอนโดมิเนียม 8 ชั้น มูลค่ารวม 560 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างกลางปี 2560 และจะแล้วเสร็จปี 2562 และ 2563 และจะนำเงินประมาณ 500 ล้านบาท ไปคืนหนี้เงินกู้
นายอภิชัย เตชะอุบล รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม (TFD) กล่าวว่า บริษัทลงนามบันทึกความเข้าใจกับ บริษัท เจีย ฮ่าว กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจจากไต้หวัน ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและการสร้างโรงงานมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี และมีความสนใจในการเข้ามาร่วมลงทุนธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย จากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่ไต้หวันเริ่มอิ่มตัว ในขณะที่ประเทศไทยยังมีศักยภาพการเติบโตได้อีกค่อนข้างมาก และมีค่าแรงต่ำกว่าไต้หวัน รวมถึงค่าแรงไม่มีความผันผวนและการเมืองถือว่ามีความมั่นคงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน
ปัจจุบัน เจีย ฮ่าว ถือหุ้นของ TFD แล้วแต่ยังไม่มากอนาคตจะมีการเจรจาเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นมากขึ้น การเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรกับ TFD ก็จะช่วยดึงลูกค้าจากไต้หวันให้ย้ายมาตั้งโรงงานที่ประเทศไทย หรือซื้อโรงงานในไทย และเจีย ฮ่าว ยังสนใจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ TFD ที่ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทลูกคือ บริษัท คราวน์ ดีเวลลอปเม้นท์ ได้มีการขาย โครงการ เดอะ ฮาร์เบอร์ ให้กับกลุ่มทุนจากไต้หวัน แบบยกโครงการไปก่อนหน้านี้
นายกั่วจั่นเจิง ประธานกรรมการ บริษัท เจีย ฮ่าว กรุ๊ป กล่าวว่า การร่วมเป็นพันธมิตรกับ TFD เนื่องจากได้เข้ามาศึกษา TFD ระยะหนึ่งพบว่า TFD มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจด้านเดียวกัน และยังช่วยให้บริษัทได้ต่อยอดไปสู่ธุรกิจอื่น เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้อีกด้วย จึงเป็นโอกาสที่จะดึงนักลงทุนจากไต้หวันให้ย้ายฐานมาลงทุนในไทย ซึ่ง TFD มีนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งที่ตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ ใกล้กับระบบคมนาคมทั้งสนามบินและท่าเรือ
อีกทั้งประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตสูง คนที่จะมาลงทุนจะสามารถสร้างโอกาสในการทำกำไรได้เช่นกัน แม้จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) แล้ว แต่ระบบสาธารณูปโภค ทั้งรถไฟลอยฟ้า ทั้งรถไฟใต้ดิน และการท่องเที่ยว ค่าครองชีพ เมืองไทยค่อนข้างพร้อมกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ในอนาคตการเจริญเติบโตยังมีอีกมาก ยังมีโอกาสที่ดีกว่าเพื่อนบ้าน







