
บีทีเอสกว้านซื้อที่ลุยอสังหาฯ
บีทีเอสเตรียมทุ่มงบ 2 หมื่นล้าน กว้านซื้อที่ดินแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง
บีทีเอสเตรียมทุ่มงบ 2 หมื่นล้าน กว้านซื้อที่ดินแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์หรือบีทีเอส เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทชนะการประมูลการบริหารรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) บริษัทมีแผนที่จะใช้งบลงทุนอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินเพิ่ม จากปัจจุบันมีที่ดินอยู่ในมือพร้อมพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
นายคีรี กล่าวว่า การลงทุนดังกล่าวจะเป็นในรูปแบบของการร่วมลงทุนกับบริษัท แสนสิริ เพื่อหาที่ดินที่มีศักยภาพนำมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามแผนการดำเนินธุรกิจระยะยาว 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2558-2562 รวมทั้งหมด 25 โครงการ รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 1 แสนล้านบาท โดยในส่วนของปีแรกบริษัทได้ร่วมกับบริษัทแสนสิริ พัฒนาโครงการไปแล้วประมาณ 8 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 3 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมียอดขายโครงการประมาณ 70% จากจำนวนโครงการรวม 2,963 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 2.1 หมื่นล้านบาท โดย 4 ใน 8 โครงการสามารถปิดการขายไปได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่วัน
พรีเซล ขณะที่อีก 4 โครงการที่เปิดตัวในปีนี้ก็ได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรวมกันแล้วกว่า 7,500 ล้านบาท
นายคีรี กล่าวอีกว่า หนึ่งในโครงการที่ได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี โดยสามารถเปิดยอดขายได้ทันทีในวันพรีเซล คือ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 71 เนื่องจากลูกค้าให้ความสนใจในโครงการดังกล่าวเป็นอย่างดีโดยเฉพาะชาวฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน โดยขณะนี้มียอดโอนแล้ว 60% คาดสิ้นปีจะมียอดโอนเพิ่มเป็น 80%
“จากความมั่นใจที่มีต่อกันระหว่างบริษัทและบริษัท แสนสิริ ส่งผลให้บริษัทมีแผนที่จะสะสมที่ดินเพิ่ม เนื่องจากในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาโครงการในส่วนของแนวราบควบคู่ไปกับโครงการแนวสูง เนื่องจากเส้นทางรถไฟฟ้าที่บริษัทเข้าไปประมูลได้มามีโอกาสที่จะพัฒนาโครงการได้ทั้งแนวราบและแนวสูง” นายคีรี กล่าว
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจอื่นๆ ในปี 2560 บริษัทมีแผนที่จะจับมือร่วมกับบริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ หรือจีแลนด์ พัฒนาที่ดินจำนวน 48 ไร่ บนถนนพหลโยธินตรงข้ามแดนเนรมิตเก่า เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ รวมมูลค่าการลงทุนประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท โดยภายในโครงการจะประกอบด้วยโรงแรม คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก ซึ่งประมาณต้นปี 2560 จะทำการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ
นายคีรี กล่าวว่า ในส่วนของโครงการที่ลงทุนบนที่ดิน 48 ไร่ บริษัทสามารถหาพันธมิตรเข้าร่วมพัฒนาโครงการเพิ่มได้ เช่น ในส่วนของคอนโดมิเนียมอาจให้บริษัท แสนสิริ เข้ามาเป็นผู้พัฒนาโครงการ
ขณะที่ในส่วนของพื้นที่ค้าปลีกก็จะเป็นอีกผู้ประกอบการที่เข้ามาพัฒนา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่พัฒนาธุรกิจค้าปลีกหลายรายด้วยกัน
อย่างไรก็ดี หลังจากบริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจในส่วนของรถไฟฟ้า ซึ่งได้เพิ่มขึ้นมาอีก 2 สาย หากเปิดดำเนินการครบทุกสาย บริษัทมั่นใจว่าจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้จากรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากสายสีชมพูและสายสีเหลืองที่ได้มามีระยะทางรวมกันมากถึง 65 กิโลเมตร ซึ่งระยะทางที่เพิ่มขึ้นนอกจากจะทำให้มีผู้โดยสารมาใช้บริการเพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะทำให้ธุรกิจสื่อบนบีทีเอส ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย







