posttoday
เป้าหมายของ การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ

เป้าหมายของ การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ

19 ธันวาคม 2559

โดย...อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

โดย...อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวยาวนานหลายปี เป็นผลพวงต่อเนื่องจากวิกฤตการเงินของสหรัฐ ซึ่งทุกฝ่ายต้องรู้ว่าต้องใช้มาตรการการคลังมาแก้ไข แต่ไม่สามารถทำได้เพราะกระสุนหมด จำเป็นต้องใช้มาตรการทางการเงินเข้ามาเสริม ด้วยการเติมเงินในเศรษฐกิจมากเท่าใดก็ได้ ทั้งที่รู้ว่าจะเป็นระเบิดเวลาที่ต้องระวัง

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตบ้าง ทำให้เกิดปัญหาที่ซึมลึกที่ประเทศไทยขาดการลงทุนมาเป็นเวลา 10 ปี ไม่เปลี่ยนเทคโนโลยีมาเป็น 10 ปี ก็น่าเป็นห่วงอนาคต แม้ว่าขณะนี้ผู้ประกอบการจะยังระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบก็ตาม แต่เริ่มเห็นแล้วว่าการขาดเทคโนโลยีทำให้การผลิตของไทยล้าสมัยจำเป็นต้องปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เท่าทันกับโลกและแข่งขันได้

รัฐบาลพยายามส่งเสริมให้เอกชนลงทุนให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น หักค่าเสื่อมสองเท่า เท่ากับว่ารัฐบาลช่วยออกให้ 20% เอกชนลงทุนแสนล้านรัฐบาลช่วยออก 2 หมื่นล้านคุ้มมาก แต่ก็ยังจูงใจไม่มากพอ เนื่องจากผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายกลางรายเล็กมองว่า ไม่จำเป็นต้องลงทุน เพราะกำลังการผลิตยังเกิน

ผมเห็นว่าคนคิดแต่ว่าลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ จริงๆ เราควรลงทุนเพื่อปรับปรุงตัวเองให้ทันโลกให้แข่งขันได้ ช่วงนี้ธุรกิจรายใหญ่ต่างยังกำไรดี รัฐบาลให้สิทธิพิเศษขณะที่ดอกเบี้ยในตลาดถูก ต้นทุนต่ำ เป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการลงทุน ควรฉวยโอกาสและเร่งลงทุนปรับตัว ไม่เช่นนั้น เมื่อถึงเวลาเศรษฐกิจโลกฟื้นแต่ตัวเองไม่พร้อมก็จะอยู่ไม่ได้ และกลายเป็นภาระของประเทศเพิ่มขึ้น

นี่จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลต้องมีนิวเอสเคิฟใหม่ใน 10 อุตสาหกรรม ประกอบด้วย 5 อุตสาหกรรมหลักที่มีศักยภาพขยายออกไปต่างประเทศ และ 5 อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางของโลกรัฐบาลจะมุ่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ซึ่งปัจจุบันไทยมีการลงทุนด้านนี้น้อยมาก ทั้งที่เป็นปัจจัยหลักในการผลักดันให้ไทยก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้ว

ในเร็วๆ นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรีออกมาตรการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา โดยให้เอกชน มหาวิทยาลัย หรือสำนักวิจัย ในคลัสเตอร์เป้าหมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ไบโอเคมีคอลมาอยู่ด้วยกัน พร้อมใช้กลยุทธ์ให้ความต้องการเอกชนนำการวิจัย เพื่อแก้ปัญหางานวิจัยถูกเก็บไว้บนหิ้ง นอกจากนี้จะส่งเสริมให้บริษัทเล็กๆ รวมกลุ่มทำงานวิจัยและแบ่งปันได้ โดยรัฐจะให้สิทธิหักภาษีได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ไทยต้องปฏิรูปคุณภาพคนที่เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาสู่ประเทศไทย 4.0 การที่จะทำให้ประชาชนก้าวข้ามไปได้ต้องแก้ปัญหาที่การศึกษา ส่งเสริมให้เรียนด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น จากปัจจุบันเน้นเรียนด้านสังคมโดยมีตัวอย่างที่อิหร่านที่นักเรียน 75 เปอร์เซ็นต์ เรียนด้านวิทยาศาสตร์ ทำให้อิหร่านมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วมาก

การปฏิรูปประเทศยังต้องอาศัยการเติบโตของเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง เปรียบเสมือนน้ำขึ้น ทุกอย่างก็ลอย ฉะนั้นหากเศรษฐกิจโตก็จะช่วยแก้ปัญหาความยากจนลดความเหลื่อมล้ำได้ ซึ่งในปีนี้คาดว่า จีดีพีจะเติบโต 3.3% ซึ่งอัตราเติบโตระดับนี้ยังลดความเหลื่อมล้ำหรือลดความยากจนไม่ได้ จะยกระดับความเป็นอยู่ประชากรได้ ต้องให้เศรษฐกิจโตเต็มศักยภาพ 4-5% หรือต้องให้เครื่องยนต์ทุกเครื่องขับเคลื่อนเต็มกำลัง

ทั้งนี้ การบริโภคภาคเอกชนมีสัดส่วน 50% ของจีดีพี เริ่มค่อยๆ ฟื้นดีขึ้น ช่วง 9 เดือนขยายตัว 3 จุด 2% ใกล้เคียงจีดีพี ส่วนการลงทุนภาครัฐที่เติบโตสูงถึง 10% แต่ด้วยสัดส่วนเพียง 6% แม้จะเติบโตเพียงใดก็มีข้อจำกัด ฉะนั้นต้องกระตุ้นภาคเอกชนให้ลงทุนให้ได้ ซึ่งในช่วง 9 เดือน ลงทุนภาคเอกชนโต 0.6% เท่านั้น

แต่ก็นับเป็นโชคดีที่ฐานะทางการคลังในปัจจุบันดีมาก หนี้ต่อจีดีพีเหลือ 40.9% ทำให้สามารถใช้นโยบายการคลังได้อีกมาก แต่การใช้นโยบายการคลังต้องคุ้มค่า รัฐบาลลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมา 3 ปีกว่า แม้จะล่าช้าออกไปแต่คาดว่าจะเริ่มออกผลเป็นรูปธรรมปีหน้า

นอกจากนี้ รัฐบาลจะกู้เพิ่มอีกแสนล้าน เพื่อลงทุนตามกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่ม เพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดตามยุทธศาสตร์จากเดิมงบจังหวัดมักใช้ไปในการแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง แต่จากนี้ให้ใช้ไปพัฒนาจังหวัด เช่น พัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ขณะเดียวกัน ในปีหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจะมีเงินลงทุนอีกประมาณ 4 แสนล้านบาท ที่จะเข้าระบบช่วยชดเชยการลงทุนของภาคเอกชนที่ยังใจเย็นอยู่

ทั้งนี้ สศค.ประเมินเศรษฐกิจปีหน้าต่อให้เอกชนไม่ขยับลงทุน จีดีพีก็จะเติบโตได้มากกว่าปีนี้ จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคาดว่าจะโต 3.4% แต่เมื่อมีแผนลงทุนรัฐวิสาหกิจบวกกับงบกลางปีกู้เพิ่มแสนล้าน คาดว่าจะดันให้จีดีพีขึ้นอีก 0.2-0.3% ซึ่งอาจจะยังไม่ถึง 4% อย่างที่อยากเห็น

ผมเชื่อว่าเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น เอกชนช่วยกันลงทุนจะสามารถเห็นได้ โดยเป้าหมายสูงสุดคือ ให้ประชาชนมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีกว่าทุกวันนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท