
หนุนเศรษฐกิจเติบโต สร้างสุขให้ประชาชน
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า หลักสำคัญของการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ คือจะต้องทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้นตามรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลดูแลให้ประชาชนมีความสุข
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า หลักสำคัญของการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ คือจะต้องทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้นตามรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลดูแลให้ประชาชนมีความสุข
ที่ผ่านมาการดำเนินการทุกอย่างของรัฐบาล ทั้งโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับท้องถิ่นทำให้มีความสามารถในการหาเงิน ทำให้รายได้มากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้เป็นมาตรการดำเนินการระยะยาว
นอกจากนี้ ในการดำเนินการระยะสั้นได้มีการเติมเงินให้กับประชาชนผ่านกองทุนหมู่บ้านมาตลอด การให้เงินกับผู้มีรายได้น้อย ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
อย่างไรก็ตาม การลดความเหลื่อมล้ำได้จะต้องมองทั้งในแง่ของการทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนลดลง ซึ่งเป็นแนวคิดแบบเดิมและต้องดูในแง่ของคนที่อยู่ระดับล่างให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีรายได้มากขึ้น และพ้นจากเส้นความยากจนด้วยหรือไม่
เมื่อมีการมองเรื่องความเหลื่อมล้ำ คนรวยและคนจนต้องมีช่องว่างให้น้อยที่สุด เพราะห่วงว่าคนอยู่ระดับบนมีโอกาสมากกว่าจะไปแย่งทรัพยากรของคนระดับล่างหมด แต่ปัจจุบันในยุคโลกาภิวัตน์ คนที่อยู่ระดับบน ภาคเอกชนขนาดใหญ่ มีการไปลงทุนหาผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรในต่างประเทศ ไม่ได้มาแย่งใช้แต่ภายในประเทศอย่างเดียว
ดังนั้น การที่คนระดับบนจะร่ำรวยมากขึ้นจากการไปลงทุนในต่างประเทศและทำให้ช่องว่างของคนรวยและคนจนมากขึ้น จึงเป็นประเด็นที่ไม่น่าเป็นห่วงเหมือนในอดีต แต่การทำให้คนในประเทศระดับล่างมีรายได้มากขึ้น น่าเป็นห่วงมากกว่า
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการหลายอย่างที่จะทำให้คนที่มีมากกว่า บริษัทขนาดใหญ่มาช่วยน้องหรือผู้ประกอบการที่เล็กกว่า โดยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีช่วยจูงใจ ซึ่งรัฐบาลอยากจะสร้างวัฒนธรรมการช่วยเหลือแบบนี้ให้เกิดขึ้นมากๆ เพราะคนไทยพร้อมช่วยเหลือผู้อื่น
อภิศักดิ์ กล่าวว่า ตัวอย่างที่ดีและเห็นได้ชัด คือ การดำเนินการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในโครงการเอสเอ็มอีเกษตร โดยมีการนำเกษตรกรที่เก่งและประสบความสำเร็จในการทำเกษตรแปรรูปต่างๆ มาเป็นหัวขบวน เพื่อนำเกษตรกรอื่นๆ ให้ประสบความสำเร็จตามไปด้วย โครงการนี้เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จดีมาก และได้สั่งการให้ ธ.ก.ส.ทำโครงการแบบนี้มากๆ ขึ้นไปอีก
"เมื่อในภาคเกษตรสามารถทำให้เกิดพี่ช่วยน้องได้ ในภาคอุตสาหกรรมและภาคพาณิชย์ก็ควรเกิดขึ้นได้ ซึ่งกระทรวงการคลังได้ออกมาตรการจูงใจให้สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์มากๆ แรงๆ ให้คนในสังคมมีใจอยู่ที่จะทำในเรื่องนี้แบบจริงจัง ซึ่งการลดความเหลื่อมล้ำด้วยแนวทางดังกล่าวนั้น ง่ายกว่าที่จะให้รัฐบาลช่วยเพียงอย่างเดียว" อภิศักดิ์ กล่าว
อภิศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า หากรัฐบาลต้องการยกระดับชีวิตของคนให้ดีขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นทั่วทุกกลุ่มให้เต็มศักยภาพ คือ เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจทุกเครื่องจะต้องทำงาน แต่ขณะนี้บางเครื่องยนต์ เช่น การลงทุนภาคเอกชนไม่เดินทำให้รัฐบาลต้องลงทุนเพื่อดึงให้เอกชนมาลงทุนเร็วขึ้น
ระหว่างทางหากรัฐบาลพบว่า มีกลุ่มใดที่ได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลก็จะต้องเข้าไปช่วย เช่น การช่วยเกษตรกรที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปมาก เพราะมีปัญหาทั้งราคาพืชผลไม่ดีและปัญหาภัยแล้ง ตอนนี้เริ่มดีขึ้น มีน้ำ มีผลผลิต ราคาดีขึ้น ทำให้การบริโภคดีขึ้น โดยการบริโภคในรอบ 9 เดือนแรกปีนี้ ขยายตัว 3.2%
อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาคเอกชนยังไม่ขยายตัว ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นแค่ 0.6% ขณะที่การลงทุนภาครัฐขยายตัว 10% และในปี 2560 การลงทุนภาครัฐจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะช่วยดึงให้เอกชนลงทุนเพิ่มมากขึ้น
อภิศักดิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ในส่วนมาตรการระยะสั้นในปีหน้า รัฐบาลอาจจะมีการเติมเงินให้กับผู้มีรายได้น้อย เหมือนกับที่รัฐบาลให้เงินกับผู้มีรายได้น้อยคนละ 1,500-3,000 บาท เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีกำลังใจที่จะเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อพึ่งตัวเองให้ได้เร็วขึ้น







