posttoday
โจนัง - ธรรมกาย

โจนัง - ธรรมกาย

18 ธันวาคม 2559

ผมเขียนเรื่อง นิกายโจนัง เป็นคณะสงฆ์กลุ่มหนึ่งในทิเบต สถาปนาขึ้นในศตวรรษที่ 14 มีทัศนะคล้ายๆ สำนักธรรมกายบ้านเรา

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

ผมเขียนเรื่อง นิกายโจนัง เป็นคณะสงฆ์กลุ่มหนึ่งในทิเบต สถาปนาขึ้นในศตวรรษที่ 14 มีทัศนะคล้ายๆ สำนักธรรมกายบ้านเรา คำสอนก็คล้าย คือสอนในทำนองว่านิพพานมีตัวตน ส่วนชะตากรรมก็เหมือน คือถูกฝ่ายบ้านเมืองและนิกายหลักโจมตีว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิด้วยกันทั้งคู่

คำสอนสำคัญของนิกายโจนังคือเรื่อง เฌนทง แปลว่า “ศูนยะอย่างอื่น” กล่าวคือ สรรพสิ่งทั้งหลายเป็นศูนยตา/อนัตตา แปลว่า ว่างเปล่าไร้ตัวตนเพราะประกอบด้วยเหตุปัจจัย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เป็นศูนยตา คือนิพพาน

โดยทั่วไปแล้วนิกายเถรวาทและอาจาริยวาท สอนเหมือนกัน คือ สรรพสิ่งทั้งหมดเป็นศูนยตา/อนัตตา ซึ่งโดยปริยายนั้นรวมนิพพานอยู่ด้วย โดยฝ่ายมหายานสอนว่า สรรพสิ่งเป็นศูนย์ คือว่างเปล่า เพราะประกอบกันขึ้นมาด้วยเหตุปัจจัย เช่น รถยนต์มีตัวตนก็จริง แต่โดยเนื้อแท้แล้วรถยนต์ประกอบขึ้นด้วยอะไหล่ส่วนต่างๆ จึงเป็นคันขึ้นมา หากแยกชิ้นส่วนต่างๆ ออกแล้วเป็นล้อ เป็นเพลาก็เรียกรถยนต์ไม่ได้แล้ว มนุษย์ก็เช่นกันประกอบด้วยร่างกายและจิต ร่างกายประกอบอวัยวะเหมือนรถ แยกเป็นส่วนแล้วจะเรียกเป็นตัวเราก็ไม่ได้ ส่วนจิตมนุษย์ก็ไม่เที่ยงเกิดดับอยู่ตลอด ไม่มีจิตเดิมเลยมีแต่จิตใหม่ที่สืบทอดความทรงจำและผลของการกระทำจากดวงที่แล้ว แต่เพราะมันเกิดดับเร็วมาก และไม่เข้าใจกระบวนการสืบทอดของจิต คนเลยนึกว่าจิตเที่ยง จิตเป็นอมตะ

แต่นิกายโจนังเห็นว่า ถ้าสรรพสิ่งว่างเปล่าเสียหมด นิพพานก็ว่างด้วย จิตที่พ้นอวิชชาก็ว่างเปล่าไปด้วย แล้วใครเล่าที่เสวยบรมสุขจากนิพพาน? อีกทั้งในทางตรรกะคือการอนุมานความว่างเปล่าจนนิรันดรไม่มีทางพบที่สิ้นสุดได้ (Reductio ad Infinitum) ดังนั้น สรรพสิ่งจะเป็นอนัตตา/ศูนยตา ทั้งหมดไม่ได้ ต้องมีสิ่งหนึ่งเป็นอัตตา เป็นตัวตนนิรันดร์ คือความหมายของหลัก “เฌนทง” หรือ “ศูนยะอย่างอื่น” คือทั้งหมดว่างเปล่า มีอย่างอื่นที่ไม่ว่าง คือจิตที่กระจ่างพ้นอวิชชา

จิตที่กระจ่างพ้นอวิชชา เรียกว่า “ประภัสสรสันตติ” เป็นสภาพจิตเดิมแท้ (จิตพุทธะ) ที่พ้นความมัวหมองของอวิชช จนพบภาวะใสกระจ่าง (ประภัสสร) เป็นความเรืองรองต่อเนื่อง (สันตติ) ไม่ใช่ต่อเนื่องแบบจิตเกิดดับเร็วๆ อย่างในอภิธรรม แต่เป็นการสืบเนื่องเป็นหนึ่งเดียวกับ “ธรรมกาย” คือภาวะสูงสุดของพระพุทธเจ้าทั้งปวงที่แผ่ซ่านไร้ที่สิ้นสุด

คำว่า ธรรมกาย ทั้งเถรวาทและมหายานส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นสภาวะธรรมไม่ใช่ตัวตน (ดังจะเห็นว่ามหายานแทนธรรมกายด้วยคาถา เย ธรรมมาฯ และปฏิจจสมุปบาทคาถา) แต่นิกายโจนังเห็นว่าธรรมกายเป็น “องค์พระ” อันกระจ่าง เกิดจากตัวเราปฏิบัติธรรมชำระอวิชชาจนพบ “พระแท้” ในตัวเราทุกคน

ประภัสสรสันตติ/พระแท้/ธรรมกาย เป็นสิ่งเดียวกัน เรียกอีกอย่างว่า “ตถาคตครรภ์” ใครปฏิบัติธรรมแล้วทำจิตผ่องใสได้ ก็ได้พบตถาคตครรภ์ คือ ธรรมชาติเดิมแท้แห่งพุทธะ เข้าถึงภาวะสูงสุดแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายคือธรรมกาย อนึ่ง นิกายโจนังเน้นปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงซึ่งคล้ายธรรมกายเข้าไปอีก

ปัญหาก็คือจิตผ่องใสเกิดจากความหลงผิดจากการปฏิบัติธรรม (วิปัสสนูกิเลส) ก็ได้ และในทางหลักการแนวคิดธรรมกายแบบโจนังคล้ายกับ “ปรมาตมัน” ของศาสนาพระเวทมากเกินไป

ประเด็นเหล่านี้ ทำให้นิกายโจนังถูกนิกายเกลุก ขององค์ดาไลลามะที่ 5 ซึ่งเคร่งครัดพระวินัยและยืนตามแนวคิดสรรพสิ่งเป็นศูนยตา สั่งกวาดล้างในศตวรรษที่ 17 วัดของนิกายโจนังถูกปิด ตำราถูกนำไปเก็บในที่ลับ ฐานเป็นมิจฉาทิฏฐิ ผ่านไป 300 ปี ผู้คนนึกว่าสูญสิ้นไปแล้ว แต่ในศตวรรษที่ 20 มีการค้นพบสำนักของโจนังที่ชายแดนทิเบต-จีน ยังคงสั่งสอน “หลักธรรมกาย” สืบต่อมาจนทุกปัจจุบัน

ทุกวันนี้ องค์ดาไลลามะที่ 14 ให้การยอมรับนิกายโจนังอีกครั้ง ทั้งยังยอมรับว่าการกวาดล้างนิกายโจนังเมื่อ 300 ปีก่อน เป็นเรื่องการเมืองมากกว่าความขัดแย้งเรื่องหลักธรรม ซึ่งก็คล้ายกับทัศนะบางท่านในบ้านเราที่มองกรณีธรรมกาย เป็นประเด็นทางการเมือง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท