
ข่าวสั้น
นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า
บสย.กางแผนปี’60 ค้ำเอสเอ็มอี 8.6 หมื่นล.
นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า แผนงานของ บสย.ในปี 2560 จะดำเนินการตาม 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์การขยายฐานลูกค้าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ทุกกลุ่ม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุน โดยตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อมูลค่า 8.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ 5.4 หมื่นราย และอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ (LG) 7.36 หมื่นฉบับ โดยในปี 2559 รัฐบาลได้อนุมัติวงเงินค้ำประกันสินเชื่อจำนวน 1 แสนล้านบาท ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีทุน (โครงการ PGS6) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และช่วยให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้อย่างมั่นใจ ซึ่งขณะนี้การค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีทุนได้เริ่มอนุมัติโครงการแล้ว หลังจากที่ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ 17 ธนาคารไปเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2559 คาดว่าในปี 2560 สถาบันการเงินที่ร่วมลงนามพร้อมทยอยปล่อยสินเชื่อผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีทุนเพิ่มมากขึ้น
สธ.สั่งทุกจังหวัดป้องกันโรคไข้หวัดนก
นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการป้องกันไข้หวัดนก หลังจากกระทรวงเกษตรของเกาหลีใต้ประกาศเตือนภัยไข้หวัดนกเป็นระดับสูงสุด เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังมีการระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N6 โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่พบการป่วยในประเทศไทย ทั้งนี้ได้กำชับให้สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศดำเนิน 4 มาตรการป้องกันโรค คือ 1.เฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในพื้นที่ทั้งในคนและในสัตว์ ประสานงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 2.ให้อาสาสมัคร สธ.เฝ้าระวังเหตุสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ 3.ประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคไข้หวัดนกให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง และ 4.เผยแพร่ข้อมูลความรู้และแนวทางในการคัดกรองและดูแลรักษาผู้ป่วย ให้แพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดทราบและสั่งให้บุคลากรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ยันเจรจาเดินรถสายสีน้ำเงินยังไม่ได้ข้อยุติ
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่าการเจรจาเกี่ยวกับการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ระหว่างรัฐบาลกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้า หรือ BEM ได้ข้อยุติแล้ว โดยมีอัตราค่าตอบแทนภายใน (IRR) เท่ากับ 9.75% นั้น เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ หรือได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี จึงขอให้ประชาชนหรือนักธุรกิจอย่าหลงเชื่อ เนื่องจากทั้งหมดจะต้องดำเนินการตามเจตนารมณ์ของคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 42/2559 ซึ่งต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้ใช้บริการ และแบ่งปันผลประโยชน์ต่อภาครัฐอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งขั้นตอนที่กำลังดำเนินการอยู่เป็นการแก้ไขปัญหาการดำเนินการตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ให้มีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน โดยให้มีการเจรจากับผู้รับสัมปทานรายเดิม







