
ชงครม.อนุมัติกฎฟันขรก.หื่น
ก.พ.เตรียมเสนอที่ประชุมครม. 31ส.ค.พิจารณาอนุมัติกฎเอาผิดข้าราชการหัวงู เผยใช้สายตาลวนลาม พูดสองแง่สามง่าม ส่งรูปโป๊ เปิดเว็บลามกโชว์โดนหมด แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจน
ก.พ.เตรียมเสนอที่ประชุมครม. 31ส.ค.พิจารณาอนุมัติกฎเอาผิดข้าราชการหัวงู เผยใช้สายตาลวนลาม พูดสองแง่สามง่าม ส่งรูปโป๊ เปิดเว็บลามกโชว์โดนหมด แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจน
นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กล่าวว่า ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ก.พ.จะเสนอร่างกฎ ก.พ.ว่าด้วยการกระทำอันเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ หรือคุกคามทางเพศ พ.ศ... ให้ ครม.พิจารณา เพื่อแก้ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในวงราชการ เนื่องจากที่ผ่านมา ก.พ.ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการจำนวนมากถึงเรื่องการล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะผู้เสียหายไม่กล้าระบุชื่อ ประกอบกับไม่มีข้อกฎหมายรองรับ
"การที่มีกฎ ก.พ.ดังกล่าวจะช่วยให้ข้าราชการที่ถูกคุกคามทางเพศกล้ามาร้องเรียนมากขึ้น และช่วยให้ข้าราชการตระหนักไม่กล้าทำผิด เพราะมีระเบียบรองรับอยู่ หลังจาก ครม.เห็นชอบร่างกฎ ก.พ.นี้แล้ว ก.พ.จะเร่งทำคู่มืออธิบายรายละเอียดลักษณะพฤติกรรมที่เข้าข่ายล่วงละเมิดทางเพศให้ข้าราชการทราบโดยเร็วที่สุด เพราะจะมีผลใช้บังคับทันที เมื่อประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา"นางเบญจวรรณกล่าว
อย่างไรก็ตาม กฎ ก.พ.ฉบับนี้จะใช้บังคับเฉพาะข้าราชการพลเรือนสามัญ 19 กระทรวง ไม่รวมข้าราชการตำรวจ ทหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้พิพากษา อัยการ และข้าราชการการเมือง
ด้าน นายพิรุณ เพียรล้ำเลิศ นิติกรผู้เชี่ยวชาญ สำนักงาน ก.พ. กล่าวว่า กฎ ก.พ.ฉบับนี้ จะเอาผิดข้าราชการที่มีพฤติกรรมล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ แต่จะถือเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เว้นแต่การกระทำดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อต้นสังกัด ก็จะเข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรง ตามมาตรา 85 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน
นอกจากนี้ กฎ ก.พ.นี้มุ่งเอาผิดเฉพาะการปฏิบัติราชการ โดยเป็นกระทำระหว่างข้าราชการต่อข้าราชการ หรือข้าราชการต่อผู้ร่วมปฏิบัติราชการ เช่น ลูกจ้างโครงการของส่วนราชการ ซึ่งขณะก่อเหตุไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่ราชการ จะเป็นสถานที่นอกราชการก็ได้ โดยจะดูจากเจตนาของทั้งสองฝ่าย หากเป็นการสมยอมกัน ก็ไม่เข้าข่ายกระทำผิด แต่หากฝ่ายผู้ถูกกระทำไม่ยินยอม ทำให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ ก็จะมีความผิดตามกฎ ก.พ.นี้
นายพิรุณ กล่าวว่า ลักษณะพฤติการณ์ที่เข้าข่ายทำผิดตามกฎ ก.พ.นี้ มี 5 ข้อได้แก่ 1. กระทำการด้วยการสัมผัสทางกายที่มีลักษณะส่อไปในทางเพศ เช่น การจูบ การโอบกอด การจับอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะชายกับหญิงเท่านั้น จะเป็นเพศเดียวกันก็มีความผิด 2.กระทำการด้วยวาจาส่อในทางเพศ เช่น วิพากษ์วิจารณ์ร่างกาย พูดหยอกล้อ พูดหยาบคาย หรือ ฝ่ายชายพูดจาสองแง่ สามง่าม โดยผู้หญิงไม่อยากฟัง 3.กระทำการด้วยกิริยาที่ส่อในทางเพศ เช่น การใช้สายตาลวนลาม การทำสัญญาณหรือสัญลักษณ์ อาทิ ชายจ้องมองอวัยวะผู้หญิง โดยใช้สายตาลวนลาม แต่ต้องมีพยานหลักฐานยืนยัน
4.การสื่อสารด้วยวิธีการใดๆ ที่ส่อในทางเพศ เช่น แสดงรูปลามกอนาจาร ส่งจดหมาย ข้อความหรือการสื่อสารรูปแบบอื่น รวมถึงการเปิดเว็บลามกแล้วเรียกฝ่ายหญิงไปดู การส่งอีเมล์ลามกให้โดยอีกฝ่ายไม่เต็มใจ 5.การแสดงพฤติกรรมอื่นใดที่ส่อในทางเพศ ซึ่งผู้ถูกระทำไม่พึงประสงค์หรือเดือดร้อนรำคาญ
ทั้งนี้ ผู้มีหน้าที่พิสูจน์การกระทำผิดดังกล่าวคือ ผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้ง บรรจุข้าราชการตามลำดับชั้น โดยผู้ร้องต้องมีหนังสือร้องเรียน พยานหลักฐาน หากมีมูล ผู้บังคับบัญชาจะสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัย หรือตั้งกรรมการสอบสวนข้อมูลในเบื้องต้น และผู้ร้องเรียนไม่จำเป็นต้องเป็นคู่กรณี เป็นบุคคลภายนอกก็ได้ หากพบเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาด้วย เพราะมีหลายครั้งเป็นการสมยอม แต่ถูกนำมาแบล็กเมล์ภายหลัง







