
รัฐแจกของขวัญปีใหม่ ปลุก‘ช็อปปิ้ง-ท่องเที่ยว’
เป็นของขวัญปีใหม่ที่น่าจะถูกใจประชาชนชาวไทยพอสมควร สำหรับมาตรการช็อปช่วยชาติ
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์/จะเรียม สำรวจ
เป็นของขวัญปีใหม่ที่น่าจะถูกใจประชาชนชาวไทยพอสมควร สำหรับมาตรการช็อปช่วยชาติที่ภาครัฐประกาศออกมากระตุ้นกำลังซื้อและเศรษฐกิจระหว่างวันที่ 14-31 ธ.ค. 2559 เพราะนอกจากจะได้ช็อปปิ้งในสินค้าราคาพิเศษที่บรรดาห้างค้าปลีกนำมาลดราคาช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อยู่แล้ว ขาช็อปยังจะได้รับเงินคืนจากการช็อปปิ้ง ด้วยการนำใบกำกับภาษีที่ได้จากการช็อปปิ้งมาขอลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่เสียภาษีจริง แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท
ก่อนหน้าที่ภาครัฐจะออกมาประกาศมาตรการช็อปช่วยชาติ ภาครัฐได้ออกมาประกาศมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวน 1.5 หมื่นบาท ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2559 และล่าสุดเมื่อปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ก็ได้มีการประกาศมาตรการเพิ่มเติมในส่วนของการกระตุ้นการท่องเที่ยวสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค. 2559 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมทั้งหมดไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท หากนำมารวมทั้ง 3 มาตรการ ก็คิดเป็นวงเงินสูงถึง 4.5 หมื่นบาทเลยทีเดียว
จากมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจค้าปลีกกลับมามีความคึกคักพอสมควร หลังจากซบเซาไปในช่วงเดือน ต.ค.ต่อเนื่องเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เพราะหลังจากภาครัฐประกาศมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศออกมา ผู้ประกอบการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมาตรการดังกล่าวก็ออกมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายกันอย่างคึกคัก เพื่อรับอานิสงส์จากมาตรการนั้นๆ
กมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิเอราวัณ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม เช่น แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กล่าวว่า มาตรการลดหย่อนภาษีจะเป็นตัวกระตุ้นการใช้จ่ายที่ดี เข้าใจว่าการที่รัฐบาลไม่ประกาศก่อนล่วงหน้านานๆ เพราะถ้าให้คนรู้ล่วงหน้านานคนจะไปรอซื้อของจำเป็น แต่เมื่อให้เวลาไม่นานก็จะทำให้คนรู้สึกอยากใช้เงิน โดยรวมแล้วแพ็กเกจมาตรการสนับสนุน ภาคท่องเที่ยวพอสมควร ร้านอาหารในโรงแรมก็ร่วมมาตรการได้ บริการนวดและสปาในโรงแรมก็ใช้ได้ ไม่นับรวมมาตรการลดหย่อนภาษีค่าห้องพักที่ออกมาก่อนหน้านี้อีก อย่างไรก็ตามการเก็บข้อมูลว่าลูกค้าร่วมมาตรการมากแค่ไหนทำได้ยาก เพราะลูกค้าขอใบเสร็จเป็นปกติอยู่แล้ว จึงดูยากว่าขอเพราะต้องการนำไปเบิกกับองค์กร หรือไปลดหย่อนภาษี
เช่นเดียวกับ รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เปิดเผยว่า มาตรการภาครัฐน่าจะมาช่วยอุตสาหกรรมโรงแรมบรรเทาผลกระทบจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวได้ระดับหนึ่ง โดยมองว่าจะทำให้ลูกค้าประจำที่มารับประทานอาหารในโรงแรมมาใช้บริการด้วยความถี่มากขึ้นหรือใช้จ่ายสูงขึ้น ส่วนกลุ่มลูกค้าใหม่อาจมีผลไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีมาตรการเลย ในส่วนของร้านอาหารในเครือเซ็นทาราก็คงเตรียมทำโปรโมชั่นไว้รองรับอยู่แล้ว
ด้านธุรกิจร้านอาหาร มัลลิการ์ ธรรมวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มัลลิการ์ อินเตอร์ฟู๊ด กล่าวว่า ร้านอาหารต่างๆ คงจะหยิบยกมาตรการลดหย่อนภาษีมาใช้จูงใจลูกค้าให้ใช้บริการกัน โดยส่วนตัวเชื่อว่ามาตรการนี้กระตุ้นการใช้จ่ายในร้านอาหารได้ แต่คงมีผลดีต่อร้านอาหารที่อยู่ในต่างจังหวัดมากกว่ากรุงเทพฯ เพราะคนน่าจะไปให้น้ำหนักการลดหย่อนจากการท่องเที่ยวมากกว่า แล้วจึงรับประทานอาหารระหว่างท่องเที่ยวลดหย่อนเสริม
ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกเอง ก็เป็นปลื้มกับมาตรการช็อปช่วยชาติมากพอสมควร เพราะสามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายใช้สอยได้มากกว่าปกติ เห็นได้จากมาตรการช็อปช่วยชาติที่ประกาศออกมาเมื่อปลายปี 2558 แม้ว่าจะมีระยะเวลาแค่ 7 วัน แต่ก็สามารถกระตุ้นยอดขายให้เติบโตจากปกติได้ถึง 20% และจากการที่ปี 2559 นี้มีการขยายเวลาเพิ่มเป็น 18 วัน ผู้ประกอบการ
ค้าปลีกต่างตั้งความหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้เติบโตจากปกติได้ไม่ต่ำกว่า 30%
ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล กล่าวว่า บริษัทเชื่อว่ามาตรการช็อปช่วยชาติจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงปลายปี ช่วยเพิ่มทราฟฟิก และกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้าภายในศูนย์ได้เป็นอย่างดีเหมือนกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากปีนี้มีการขยายระยะเวลาเพิ่มเป็น 18 วัน โดยในส่วนของศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลคาดว่าจะมียอดลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มจากปกติประมาณ 30%
ชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร ด้านการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทมีการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการซื้อสินค้าในช่วงมาตรการช็อปช่วยชาติอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า ด้วยการจัดเตรียมจุดบริการให้เพียงพอต่อความต้องการค้าลูกค้า โดยเพิ่มจุดออกใบกำกับภาษีจากเดิมที่มีสาขาละ 3-4 จุด เป็นสาขาละประมาณ 7-8 จุด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก
ทั้งนี้ จากประสบการณ์ที่ได้รับจากมาตรการช็อปช่วยชาติในปีที่ผ่านมา ทำให้เดอะมอลล์ได้มีการเตรียมพนักงานที่มีความชำนาญในการออกใบกำกับภาษี รวมไปถึงการเพิ่มจำนวนพนักงานบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในแต่ละจุด จาก 2-3 คน เป็น 4-5 คน
นอกจากนี้ ยังจะมีการมอนิเตอร์ความต้องการในเรื่องการออกใบกำกับภาษีของลูกค้าในสาขาใหญ่ เช่น สยามพารากอน ดิ เอ็มโพเรียม และเดอะมอลล์ บางกะปิ หากบริการมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าก็จะทำการเพิ่มจุดบริการ พร้อมกันนี้ยังมีบริการจัดทำใบกำกับภาษีให้ลูกค้ามารับในวันถัดไป เพื่อบริการลูกค้าที่ไม่ต้องการรอคิวในวันนั้นๆ
รสอมร โค้วศิริกุลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารสินค้า บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อรองรับมาตรการช็อปช่วยชาติ นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการเตรียมความพร้อมในด้านของจุดบริการลูกค้าที่จะมาออกใบกำกับภาษี ด้วยการจัดจุดบริการลูกค้าไว้อย่างน้อย 1 จุด และเพิ่มเป็น 3-5 จุด/สาขา ในกรณีสาขาขนาดใหญ่และมีจำนวนลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก







