posttoday
เร่งแก้ทับซ้อน

เร่งแก้ทับซ้อน

18 ธันวาคม 2559

กรณี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สิน

กรณี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยระบุว่า มีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี นักธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ปี 2558 เดือนละ 5 หมื่นบาทนั้น ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะการเป็นข้าราชการก็ไม่ควรจะไปกินเงินเดือนเอกชนอีก ซึ่งอาจจะขัดต่อประมวลจริยธรรมของข้าราชการด้วย

ขณะเดียวกันน่าจะเข้าข่ายเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะ พล.ต.ท.ศานิตย์ เป็นนายตำรวจระดับสูง เป็นผู้รักษากฎหมายในบ้านเมือง แล้วยังกำกับดูแลกฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และกฎหมายอื่นอีกหลายฉบับ แต่กลับไปเป็นที่ปรึกษาบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจจะทำให้มีปัญหา ในการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หย่อนยานไร้ประสิทธิภาพได้

แม้ทาง พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะออกมายืนยันว่า กรณีดังกล่าวไม่ผิดเนื่องจาก พ.ร.บ.ตำรวจ มาตรา 78 อนุ 17 ไม่ได้ห้ามให้เจ้าพนักงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทเอกชน เพียงแต่ห้ามไม่ให้เข้าไปเป็นกรรมการผู้จัดการที่มีอำนาจในการบริหารงานเท่านั้น

ทว่ามีนักกฎหมายหลายคนยืนยันว่า แม้จะไม่ผิด พ.ร.บ.ตำรวจ แต่อาจจะผิดมาตรา 103 ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติว่า ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย หรือกฎข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่างโดยเร็ว เพราะเป็นที่รับรู้กันอยู่ว่า ขณะนี้มีข้าราชการระดับสูงเกือบทุกกระทรวง ทบวง กรม รวมถึงทหาร ตำรวจ แอบเป็นที่ปรึกษาลับให้บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่หลายบริษัท ซึ่งแน่นอนว่าการเป็นที่ปรึกษาดังกล่าวอาจเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นในลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทไม่โดยตรงก็โดยอ้อม

ฉะนั้น ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายประกาศจะทำสงครามปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นให้หมดไปจากประเทศไทยอยู่แล้ว ก็ต้องออกมาทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป เพราะไม่เช่นนั้นจะยิ่งทำให้ข้าราชการทุกระดับที่สามารถให้คุณให้โทษกับธุรกิจบริษัทเอกชนพากันไปเป็นที่ปรึกษารับเงินเดือนของภาคเอกชนมากขึ้น เพราะเข้าใจว่าไม่ผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ถ้าข้าราชการเป็นที่ปรึกษาเอกชนได้ก็จะยิ่งทำให้เกิดการทุจริตมากขึ้น ประเทศชาติเสียหายจนยากจะแก้ไข เนื่องจากเอกชนเหล่านั้นก็จะใช้ข้าราชการเหล่านั้นในการเอื้อผลประโยชน์ให้กับตัวเอง

ทางที่ดีในเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเร่งให้มีการออกระเบียบหรือกฎหมายสั่งห้ามข้าราชการไปเป็นที่ปรึกษา หรือรับเงินเดือนจากบริษัทห้างร้าน ทันที และที่สำคัญต้องเร่งออกกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันระหว่างผลประโยชน์หรือกฎหมาย 3 ชั่วโคตรออกมาโดยเร็ว  ซึ่งอาจจะช่วยแก้ปัญหาการทุจริตได้ผลยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยการลาออกจากตำแหน่งตามเสียงเรียกร้อง เพราะตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลนั้นให้คุณให้โทษกับบริษัท หรือร้านค้าที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากมาย แต่เมื่อมารับเป็นที่ปรึกษาย่อมหนีไม่พ้นเรื่องประโยชน์ทับซ้อน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท