posttoday
พรบ.คอมพ์ผ่อนคลาย เพิ่มสัดส่วนกรรมการส่องข้อมูล

พรบ.คอมพ์ผ่อนคลาย เพิ่มสัดส่วนกรรมการส่องข้อมูล

17 ธันวาคม 2559

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระที่ 2 และ 3

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปราย อาทิ มาตรา 11 วรรคสอง โดยสมาชิกส่วนใหญ่ขอความชัดเจนคำว่า “ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ” ว่ามีความหมายว่าอะไร และอะไรที่ทำให้เกิดความรำคาญ

โดย วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. ได้สอบถามถึงเจตนารมณ์ของมาตราดังกล่าวว่าเป็นอย่างไร เพราะความจริงอีเมลขยะควรจะต้องขออนุญาตประชาชนก่อนส่งหรือไม่ ไม่ใช่ว่ากฎหมายนี้อนุญาตให้ส่งอีเมลขยะมาก่อน แล้วค่อยเปิดช่องให้ผู้รับยกเลิกได้โดยง่าย

ขณะที่ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ในฐานะประธาน กมธ. ชี้แจงว่า ร่างกฎหมายนี้ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้รับปฏิเสธอีเมลขยะตั้งแต่ต้น เนื่องจากจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้รับ

นอกจากนี้ สมาชิก สนช. อาทิ วัลลภ ได้สอบถามความชัดเจนโดยเฉพาะมาตรา 14 (1) ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงหรือทุจริต ปลอม บิดเบือนทั้งหมดหรือบางส่วนข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดย พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ระบุว่า มาตราดังกล่าวถือว่ามีความชัดเจน ไม่เกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท

สำทับด้วย สุรางคณา วายุภาพ โฆษก กมธ. กล่าวว่า เจตนารมณ์เดิมของมาตรานี้ตั้งใจเอาผิดกับเรื่องฉ้อโกง ปลอมแปลง เพราะการบัญญัติตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 นั้น ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและนำไปใช้กับความผิดฐานหมิ่นประมาท ครั้งนี้ กมธ.จึงแก้ไขให้ตรงกับเจตนารมณ์ 

ส่วนมาตรา 20/1 ให้รัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์ จำนวน 5 คน โดยมาจากภาคเอกชน 2 คน และหากเห็นว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถยื่นคำร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลขอให้มีคำสั่งระงับการแพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์นั้น

โดยวัลลภได้อภิปรายทักท้วงถึงจำนวนการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเพียง 5 คน หากมาประชุมเพียงแค่ 3 คน ก็สามารถลงมติตัดสินชีวิตใคร ดังนั้น ขอให้ กมธ.ปรับจำนวนเป็น 7 หรือ 9 คน เชื่อว่าหากมีที่มาชัดเจนจะช่วยลดแรงต้านของสังคมได้ นอกจากนี้ สมาชิกยังสอบถามถึงคำจำกัดความ “ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” หมายถึงอะไร

ด้าน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ชี้แจงมาตรา 20/1 ว่า ข้อมูลอันขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีเป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่อาจไปกระทบสิทธิส่วนบุคคล ส่วนความหมายคำว่า “ขัดต่อความสงบเรียบร้อยฯ” และอะไรที่ขัดต่อความสงบนั้น ไม่เคยมีการบัญญัติไว้ในกฎหมาย และที่ประชุม กมธ.ได้หารือกันแล้ว พบว่าศาลจะมีแนวทางพิจารณาอยู่ว่าเรื่องใดที่ขัดต่อความสงบบ้าง

ทั้งนี้ มาตราดังกล่าวศาลจะพิพากษาให้ระงับหรือลบเท่านั้น ไม่มีความผิดใดๆ แต่ถ้าไม่ทำตามที่ศาลสั่งตรงนั้นถึงจะมีความผิด สำหรับตัวอย่างความผิดตามมาตราดังกล่าว เช่น สอนวิธีการฆ่าตัวตาย วิธีการปล้น หรือทำอาวุธ ซึ่งไม่ผิดกฎหมาย แต่เมื่อเผยแพร่แล้วถือว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้สั่งพักการประชุม 30 นาที เพื่อขอให้ กมธ.และผู้ที่ติดใจปรับปรุงร่างกฎหมายดังกล่าวในเรื่องที่มาและจำนวนของคณะกรรมการกลั่นกรอง กระทั่งได้เปิดประชุมอีกครั้ง ก่อนที่ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ระบุว่า หลังจากหารือแล้วเห็นว่าการที่มีคณะกรรมการกลั่นกรองจำนวน 5 คน แม้คำตัดสินจะไม่มีผลต่อการกระทำผิดหรือถูก

ทว่า นำไปสู่การยื่นคำร้องต่อศาลให้ศาลมีคำสั่งระงับหรือลบข้อมูลดังกล่าวออกไป ซึ่ง กมธ.เห็นว่าควรปรับเปลี่ยนจำนวนคณะกรรมการกลั่นกรองจาก 5 เป็น 9 คน และคำตัดสินต้องมีคะแนนเกินครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการกลั่นกรอง หรือ 5 คน ส่วนคุณสมบัติของคณะกรรมการฯ ที่มาจากภาคเอกชน จำนวน 3 คน ให้มาจากด้านสิทธิมนุษยชน ด้านสื่อสารมวลชน และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ก่อนที่ประชุมได้ลงมติเป็นรายมาตราในวาระ 2 และลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวทั้งฉบับ ด้วยคะแนน 168 ต่อ 0 งดออกเสียง 5 เสียง ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท