posttoday
คนล้นงาน

คนล้นงาน

17 ธันวาคม 2559

ขนาดเลิกสัญญาจ้างไป 60 กว่าคน พนักงานที่เหลือยังมีงานทำแค่ 5-6 ชั่วโมง/วัน ต้องหางานให้ทำ

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

ขนาดเลิกสัญญาจ้างไป 60 กว่าคน พนักงานที่เหลือยังมีงานทำแค่ 5-6 ชั่วโมง/วัน ต้องหางานให้ทำ งานที่หาได้มีแค่แบ่งกันทำความสะอาดเครื่องจักร พื้นโรงงาน ผนังกำแพงจนไปถึงหลังคาโรงงาน ทำสวนตัดหญ้า ทำอย่างนี้กันทุกวัน จนแทบไม่เหลืองานแบบนี้ให้ทำ ต้องลดวันทำงานลง

พนักงานรายเดือนลดเวลาทำงานจาก 6 วัน เป็น 5 วัน/สัปดาห์ พร้อมลดเงินเดือนลงตามสัดส่วน สำหรับพนักงานรายวันซึ่งมีรายได้น้อยยังคงให้ทำ 6 วัน/สัปดาห์ เพราะจะได้มีรายได้ที่พออยู่ได้ โบนัสก็จ่ายแค่ 1,000-2,000 บาท พอเป็นพิธี

ช่วงนี้คนตกงานมากมาย สถาบันการเงินและหลักทรัพย์เลิกจ้างกว่าครึ่ง เช่นเดียวกับวงการก่อสร้างที่มีการเลิกจ้างมากกว่า 50% และภาคอุตสาหกรรมรถยนต์เลิกจ้างกว่า 35% ถ้าพูดกันตามรายงานทางราชการอัตราว่างงานจาก 3% เป็น 7% แต่ผมว่าคนว่างงานจริงๆ มีมากกว่า 10% เพราะประกาศรับสมัคร 10 ตำแหน่ง สมัครมาหลายร้อยคน บริษัทที่จ้างคนเพิ่มมีแต่บริษัทที่ยังมีเงินของตัวเองเพียงพอ ใช้วัตถุดิบในประเทศผลิตสินค้าแล้วส่งออกเป็นส่วนใหญ่ คนทำงานส่วนใหญ่ของประเทศถูกเลิกจ้าง ลดเงินเดือน ลดโบนัส มีเพียงส่วนน้อยมากที่รับคนเพิ่ม และยังให้โบนัสมาก

คนที่เพิ่งจบการศึกษาหางานในช่วงนี้แทบไม่ได้ ครอบครัวที่มีฐานะเลือกจะให้ลูกเรียนต่อ ส่วนที่ไม่มีเงินก็ต้องเดินเตะฝุ่นไปวันๆ โชคดีที่คนตกงานไหลเข้าไปอยู่ในภาคเกษตร ยังมีที่ทำกินไม่อดตาย และผลผลิตทางเกษตรเวลาส่งขายต่างประเทศได้ราคาเป็นเงินบาทดีมาก

ในช่วงนี้บริษัทต่างๆ ในกลุ่มของผมต้องรัดเข็มขัดกันยกใหญ่ ภวัฒน์ต้องประกาศนโยบาย 3 ป. คือ ประหยัด (Save) ประโยชน์ (Utilization) และประสิทธิภาพ (Efficiency) เพื่อให้พนักงานทุกคนลดค่าใช้จ่าย ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดี มีการพูดคุยติดตลกในกลุ่มพนักงานว่า “ถ้าไม่ช่วยกันลดหรือควบคุมค่าใช้จ่ายแล้ว เราอาจจะเจอ ป.ที่ 4 และ ป.ที่ 5 ก็ได้”

“ป.ที่ 4 กับ ป.ที่ 5 คืออะไร”

“ป.ที่ 4 คือ ปลด ป.ที่ 5 ก็คือ ป่อเต็กตึ๊ง บริษัทเจ๊งหรือไม่ก็ร่อแร่ แล้วเราก็ตายหมู่”

คนล้นงาน

 

โชคดีของประเทศไทยที่เศรษฐกิจของประเทศใหญ่ๆ อย่างสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ไม่กระทบกระเทือนเลย ทำให้ซื้อสินค้าจากประเทศไทยเพิ่มขึ้น มาเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้น ทั้งนี้เพราะสินค้าหรือบริการราคาถูกลงมากในเงินสกุลสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น บางคนบอกว่าประเทศไทยลดราคาทั้งประเทศเกือบ 50% แต่ประเทศไทยยังได้ราคาดีเมื่อแปลงเป็นเงินสกุลบาท ทุกอย่างจึงเข้ามาเหมือนเดิม ประเทศไทยสามารถจ่ายเงินคืน IMF ได้หมดในกลางปี 2546

บริษัทของผมส่งออกสินค้ามานานแล้ว แต่ยังส่งออกไม่มากนัก ตอนวิกฤตเลยเป็นโอกาสทำให้ส่งออกได้มากขึ้น สามารถลดราคาให้ลูกค้าได้บ้าง เพราะค่าเงินบาทอ่อนตัวลง แต่ก็ไม่ถูกกดราคา เพราะเรามีตราสินค้าเป็นของตัวเองไม่ได้รับจ้างผลิต 2-3 ปี ให้หลัง กลุ่มบริษัท ตะวันออกโปลีเมอร์ฯ กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมดูจะมากกว่าเดิมเสียอีก เพราะภวัฒน์เข้าไปซื้อโรงงานทำถ้วยและบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ จ.ระยอง แล้วตั้งชื่อบริษัทใหม่นี้ว่า บริษัท อีสเทิร์นโพลีแพค

ผมภูมิใจกับลูกๆ ที่ขยายธุรกิจออกไปได้มาก แต่ละคนมีความรับผิดชอบมากขึ้น พนักงานของบริษัทมีมากราว 3,000 คน เข้าไปแล้ว บริษัทร่วมทุนอีก 4-5 บริษัท รวมทั้งหมดเกือบ 5,000 คน ทรัพย์สินก็มาก หนี้สินก็มีไม่น้อย ความสามารถของผมในการดูแลการเงินคงไม่ง่ายเหมือนในอดีต เพราะการบริหารงานต่างๆ ซับซ้อนมากขึ้น แต่ผมก็มีลูกสะใภ้จบบัญชี ลูกสาวคนเล็กจบการเงินจากเมืองนอก และทีมงานบัญชีการเงินมาดูแลกันอย่างเต็มที่ และที่สำคัญมีลูกชายคนโตจบเศรษฐศาสตร์เป็นหัวเรือใหญ่คอยกำกับดูแล

ใช่ว่าแต่ฝ่ายการเงินแผนกเดียวที่มีความสำคัญ ฝ่ายอื่นๆ ทุกส่วนของบริษัทมีความสำคัญไม่น้อยกว่ากันเลย เพียงแต่เวลาไหนใครจะโดดเด่นกว่ากันหรือมีบทบาทโดยตรงต่อสถานการณ์นั้นๆ เราทำงานกันเป็นทีม โดยลูกๆ แต่ละคนดูแลงานในหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ รวมทั้งมีผู้ร่วมงานมืออาชีพ ทั้งดี ทั้งเก่ง จำนวนไม่น้อยมาช่วยกันเสริม ช่วยกันสร้าง จนธุรกิจมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นจนถึงทุกวันนี้

ไม่ว่าเงินจะไหลมา เงินจะไหลไป เงินจะใหญ่ขึ้น เงินจะเล็กลง ไม่ใช่ปัญหาใหญ่มาก ถ้าเราเป็นคนดี ขยันทำมาหากิน พัฒนาตัวเองตลอดเวลา รู้จักออม คบคนดี ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล เชื่อแน่ว่าเราจะเติบโตได้ดีมากเมื่อโอกาสมาถึง และสามารถประคับประคองผ่านไปได้เมื่อเจอวิกฤต

สิ่งหนึ่งที่ผมภูมิใจมากและส่งผลให้กลุ่มบริษัท ตะวันออกโปลีเมอร์ฯ ของผมเป็นที่น่าเชื่อถือในปัจจุบัน คือ ในช่วงเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง เราจ่ายเงินคู่ค้าและธนาคารที่เราเป็นหนี้ทุกบาททุกสตางค์ แม้ว่าผมจะต้องขายทองที่สะสมไว้และถอนเงินฝากส่วนตัวของผมเอง รวมทั้งเงินฝากของลูกๆ ทุกคนมาใช้หนี้ตามเวลา

ข้อนี้ต้องขอชมเชยลูกๆ โดยเฉพาะภวัฒน์ที่ยืนยันอย่างหนักแน่นอย่างมากว่า “เป็นหนี้ต้องจ่าย” ไม่ถือโอกาสล้มบนฟูก หรือขอลดหนี้ ที่ชาวบ้านเรียกว่า Hair Cut เพียงแต่ขอปรับหนี้ระยะสั้นให้ผ่อนชำระในระยะยาวขึ้น เพื่อให้มีเงินสดหมุนเวียนทำธุรกิจได้ ไม่น่าเชื่อว่าจากการรักษาเครดิตอย่างดีในช่วงวิกฤต ทำให้สถาบันการเงินยินดีให้เรากู้มาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจของเราเติบโตขึ้นถึง 6-7 เท่า หลังจากวิกฤตต้มยำกุ้งเพียง 10 กว่าปี

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69