
ราชทัณฑ์ใช้ "บอดี้ สแกน" ในคุกหญิงป้องกันปัญหาละเมิดสิทธิ
อธิบดีราชทัณฑ์เผยใช้เครื่องบอดี้สแกน ตรวจสิ่งต้องห้ามในเรือนจำหญิง ป้องปัญหาละเมิดสิทธิฯผู้ต้องขัง
อธิบดีราชทัณฑ์เผยใช้เครื่องบอดี้สแกน ตรวจสิ่งต้องห้ามในเรือนจำหญิง ป้องปัญหาละเมิดสิทธิฯผู้ต้องขัง
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนางชฏาพร รักษาทรัพย์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลางนำสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการนำทำงานของเครื่องเอกซเรย์บุคคล (Body Scanner) เครื่องตรวจโลหะแบบเดินผ่าน ( Walk through Metal Detector) และเครื่องตรวจโลหะแบบมือถือ (Hand Held Metal Detector)โดยเฉพาะเครื่องเอ็กซ์เรย์ส่วนบุคคลซึ่งมีการนำมาติดตั้งและใช้งานเป็นครั้งแรกกับผู้ต้องขังหญิงเพื่อลดปัญหาการร้องเรียนด้านละเมิดสิทธิมนุษยชนรวมทั้งตรวจค้นการลักลอบนำยาเสพติด โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ชาร์จ ซิมการ์ดเข้าไปในเรือนจำ
นายกอบเกียรติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรือนจำความมั่นคงสูงและเรือนจำทั่วไปจะมีปัญหาลักลอบนำเข้าสิ่งของต้องห้ามในเรือนจำโทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ด ยาเสพติด จึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบซึ่งบอดี้สแกนถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบสูงและเป็นลักษณะเดียวกับที่ติดตั้งในสนามบินสามารถเห็นถึงการซุกซ่อนในจุดซ่อนเร้นของอวัยวะและเมื่อไม่นานมานี้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ร้องเรียนว่า มีการล่วงละเมิดในการตรวจค้นร่างกายจนทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ท้วงติงเข้ามา
"กรมราชทัณฑ์ได้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ดังนั้นจึงนำเครื่องเอ็กซ์เรย์บุคคลเข้ามาใช้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางซึ่งถือเป็นเรือนจำหญิงแห่งแรกที่ใช้เครื่องดังกล่าว"อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าว
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า เดิมเครื่องบอดี้สแกนมีเป้าหมายนำมาติดตั้งเฉพาะที่เรือนจำความมั่นคงสูง แต่เมื่อมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงการตรวจค้นในส่วนผู้ต้องขังหญิงจนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.)ได้ทำการท้วงติงมาจึงมีการปรับแผนนำมาใช้กับผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวทำให้การตรวจสอบด้วยเครื่องบอดี้สแกนเป็นทั้งการป้องกันลักลอบนำเข้าสิ่งของต้องห้ามและตรวจค้นโดยไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วย
อย่างไรก็ตาม โดยปกติทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังผ่านเครื่องเอกซเรย์ระบบสายพาน (บอดี้ เสิร์ช)แต่กรณีที่เห็นว่าอาจมีการซุกซ่อนสิ่งของต้องห้ามจะมีการสอบถาม หากไม่ยอมรับก็จะต้องนำตัวเข้าเครื่องบอดี้สแกนอย่างละเอียด สำหรับเรือนจำที่ไม่มีเครื่องบอดี้สแกนจะใช้วิธีการหาข้อมูลการข่าวและใช้เครื่องบอดี้เสิร์ช
"ตั้งแต่นำเครืองบอดี้สแกนมาใช้นอกจากช่วยในการป้องปรามไม่ให้เจ้าหน้าที่และนักโทษไม่ให้ลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำแล้วยังทำให้สถิติการลักลอบนำเข้าสิ่งของต่างๆน้อยลงหรือแทบไม่มีเลยโดยบอดี้สแกนจะใช้กับนักโทษเข้าใหม่ทุกรายี่เข้ามาในเรือนจำ"นายกอบเกียรติกล่าว
ขณะที่นางชฏาพร กล่าวว่า ทัณฑสถานหญิงกลางติดตั้งเครื่องบอดี้สแกนตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.และที่ผ่านมาไม่เคยพบการลักลอบนำเข้าสิ่งของต้องห้ามมีเพียงกรณีเดียวที่เป็นการพกเงินสดและลักลอบนำเข้าเครื่องสำอางแต่ตรวจสอบได้ก่อนปกติผู้ต้องขังหญิงจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องซุกซ่อนของต้องห้าม เช่น ยาเสพติด หรือโทรศัพท์มือถือ แต่จะมีเพียงการซุกซ่อนครีม หรือมีดโกนเพื่อนำไปกันคิ้วซึ่งเครื่องดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังหญิงคือช่วยลดการตรวจค้นโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งบางครั้งอาจต้องตรวจละเอียดจนไปกระทบกับสิทธิมนุษยชน
สำหรับเครื่องบอดี้สแกน กรมราชทัณฑ์มีการติดตั้งในเรือนจำทั้งหมด 16เครื่อง เป็นเรือนจำความมั่นคงสูงไปแล้ว 11 แห่ง ประกอบด้วยเรือนจำกลางระยอง เรือนจำกลางคลองไผ่ เรือนจำกลางคลองเปรมทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เรือนจำกลางสงขลา เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เรือนจำกลางพิษณุโลก เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำกลางชลบุรีและอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 5 แห่ง ประกอบด้วย เรือนจำกลางเชียงใหม่เรือนจำกลางนครปฐม เรือนจำกลางนครราชสีมา เรือนจำกลางนครสวรรค์และเรือนจำกลางนครพนม
เครื่องบอดี้สแกนสามารถตรวจเห็นสิ่งของต้องห้ามที่ผู้ต้องขังซุกซ่อนในร่างกายได้อย่างชัดเจน ซึ่งภาพจะมีความละเอียดสูงและแสดงให้เห็นภาพทั้งร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ทั้งนี้สถิติการตรวจยึดจับกุมสิ่งของต้องห้ามในเรือนจำข้อมูล ณ วันที่ 25 ก.พ. 59 พบโทรศัพท์มือถือ 3,100 เครื่อง ยาบ้า 16,500 เม็ด ซิมการ์ด 2,166 อัน ยาไอซ์ 950 กรัม







