
โชเฟอร์ตุ๊กตุ๊กร้องสรรพากรถูกตัดสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือ
สุราษฎร์ธานี-โชเฟอร์ตุ๊กตุ๊กถูกตัดสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือร้องสรรพากรช่วยตรวจสอบพบมีชื่อเป็นผู้มีรายได้ขายผลปาล์มน้ำมันเกือบ 8 แสนบาทโดยไม่รู้ตัว
สุราษฎร์ธานี-โชเฟอร์ตุ๊กตุ๊กถูกตัดสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือร้องสรรพากรช่วยตรวจสอบพบมีชื่อเป็นผู้มีรายได้ขายผลปาล์มน้ำมันเกือบ 8 แสนบาทโดยไม่รู้ตัว
เมื่อวันที่15ธ.ค. นายอานนท์ แสวงธรรม อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/198 ถ.เลี่ยงเมือง หมู่ 3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี อาชีพขับรถโดยสารเล็ก(ตุ๊กตุ๊ก)ในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ที่ถูกตัดสิทธิ์จากโครงการสวัสดิการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพราะมีชื่อเป็นผู้มีรายได้ขายผลปาล์มน้ำมันเกือบ 8 แสนบาทโดยไม่รู้ตัว เดินทางเข้าพบนายสิทธิชัย วัชรพินธุ์ สรรพากรพื้นที่สุราษฎร์ธานี 1 เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายอานนท์ กล่าวว่า ไม่เคยขายผลปาล์มและไม่เคยเป็นผู้ยื่นแบบเสียภาษี จึงขอให้ทางกรมสรรพากร ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น เพราะเกรงว่า นอกจากถูกตัดสิทธิ์จากการช่วยเหลือของรัฐบาลแล้วกลัวจะมีปัญหาอื่นเรื่องการเสียภาษีตามมาอีก
ด้านนายสิทธิชัย กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบการยื่นแบบเสียภาษีชื่อนายอานนท์ แสวงธรรม เป็นไปอย่างถูกต้องไม่มีการปลอมแปลงเอกสาร เพราะมีผู้ทำการแทน จึงยังไม่สามารถออกหนังสือรับรองหรือเพิกถอนเรื่องใดๆให้นายอานนท์ นำไปยื่นคัดค้านที่ธนาคารยื่นขอความช่วยเหลือไว้ได้ เนื่องจากจะต้องมีกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายให้เสร็จก่อน
“ขณะนี้สรรพากรพื้นที่สุราษฎร์ธานี 1 ได้รับคำร้องคัดสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง จำนวน 4 ราย แยกเป็นการยื่นผ่านระบบออนไลน์ 2 ราย และยื่นด้วยเอกสาร 2 ราย กรณีของนายอานนท์ เป็นการยื่นด้วยเอกสารโดยมีผู้ทำการแทน เมื่อนายอานนท์แจ้งว่าไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดทำการแทน ทางสรรพากรจะเรียกผู้มีชื่อทำการแทนมาชี้แจงต่อไป ” นายสิทธิชัย กล่าว
นายสิทธิชัย กล่าวและว่า จากการวิเคราะห์แบบแสดงรายการภาษีที่มีปัญหาทั้ง 4 ราย พบว่ามีการยื่นแบบจริงและไม่พบการปลอมแปลงลายเซ็นต์ แต่มีประเด็นวิเคราะห์และจะสืบสวนข้อเท็จจริงว่า เป็นรายได้ที่ได้รับจริงหรือไม่ จะต้องสอบทั้งผู้มีรายได้และผู้จ่าย ซึ่งกรมสรรพากรมีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้วและเป็นไปตามกฎหมายภาษี หากยืนยันว่าไม่ได้มีรายได้จริงก็สามารถดำเนินการทางกฎหมายผู้ที่ทำการยื่นแบบแทนกับพนักงานสอบสวนได้ เพราะที่ทราบมีผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว 2 ราย







