
เดินสันติภาพถึงปัตตานีแล้ว
คณะเดินเท้าเพื่อสันติภาพถึงจังหวัดปัตตานีแล้วรวมเวลาเดินทาง 51 วัน
คณะเดินเท้าเพื่อสันติภาพถึงจังหวัดปัตตานีแล้วรวมเวลาเดินทาง 51 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 30 ส.ค.ขบวนเดินเท้าเพื่อสันติภาพปัตตานี (walk from salaya for peace in pattani) นำโดย นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมคณะธรรมยาตราเดินเท้ารณรงค์สร้างสันติวิธี 1,100 กม.สู่ปัตตานี ซึ่งร่วมเดินเท้าจากมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา (จ.นครปฐม) มุ่งหน้าสู่ จ.ปัตตานี ตั่งแต่วันที่ 11 ก.ค 53 ได้เดินทางมาถึงยัง จุดตรวจบ้านเกาะหม้อแกง ม.7 บ.เกาะหม้อแกง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเส้นทางที่ลงสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมเวลาเดินทาง 51 วัน
ทั้งนี้ในช่วงการเดินทางผ่านในแต่ละจังหวัดได้มีประชาชนเข้าร่วมโครงการเดินเพื่อสันติภาพ ถึงที่จังหวัดปัตตานีรวมประมาณ 60 คน โดยมีข้าราชการครูประชาชน นักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามคอยให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก จากนั้นจะเดินทางเข้าพักค้างคืนที่บริเวณศูนย์ โอท๊อป ปัตตานี และจะเสร็จภารกิจที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีในวันที่ 1 กันยายน ที่จะถึงนี้ ซึ่งกิจกรรมนี้มุ่งส่งสารถึงคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ออกมาเรียกร้องการใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง
ขณะเดียวกันก็ส่งสารถึงคนนอกพื้นที่ให้ได้เข้าใจเหตุแห่งความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะได้เกิดความเห็นอกเห็นใจซึ่งจะมีผลต่อการใช้สันติวิธีมากยิ่งขึ้น ซึ่งในกิจกรรมดังกล่าว นอกจากการเดินธรรมยาตราแล้ว ทุกวันเสาร์จะมีการจัดกิจกรรมเสวนาชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนแบ่งปันเรื่องการใช้สันติวิธีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชุมชน และให้ข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในแง่มุมที่ไม่ปรากฏเป็นข่าวด้วย
ทางด้าน ร.ต.ท.เทอดศักดิ์ มีจิตร์ ร้อยเวร สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดรถยนต์กระบะของ อส.ประจำที่ว่าการอำเภอจะแนะ ขณะขับผ่านป้อมจุดตรวจทางเข้าที่ว่าการอำเภอ ทำให้เจ้าหน้า อส.ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรวุฒิ ทิศเสถียร ผกก.สภ.จะแนะ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบเจ้าหน้าที่ อส.ซึ่งนั่งอยบู่บริเวณชายหลังของแค๊ปโดยสาร รถยนต์กระบะพยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนส์-ทอง ทะเบียน บธ-3589 แพร่ ซึ่งอยู่ในสภาพเลือดท่วมตัวและรถยนต์กระบะได้รับความเสียหายทั้งคัน เจ้าหน้าที่จึงได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บทั้ง 3 นาย ส่งรักษาเป็นการเร่งด่วนที่โรงพยาบาลจะแนะ ประกอบด้วย 1. อส.อับดุลเลาะ อับดุลลาเต๊ะ 2. อส.อาหะมะ เจ๊ะแว 3. อส.อดิศร บาโด ซึ่งทั้ง 3 นายถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัวเป็นแผลฉกรรจ์ และอาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานสำคัญๆ ประกอบด้วย เศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน อส.พงศกร เจ้าของรถยนต์กระบะ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถยนต์กระบะออกจากบ้านพัก โดยมีเพื่อน อส.อีก 3 นาย นั่งโดยสารที่บริเวณแค๊ปเพื่อเดินทางมาทำงานเป็นประจำทุกวัน และคาดว่าในช่วงคืนที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายได้แอบนำระเบิดแสวงเครื่องนำไปผูกไว้ใต้บริเวณคัดซีของรถยนต์กระบะที่ตนมักจะนำมาจอดไว้หน้าบริเวณบ้านพัก
อย่างไรก็ตามขณะที่ขับรถยนต์ผ่านป้อมจุดตรวจทางเข้าที่ว่าการอำเภอ กลุ่มคนร้ายคงจะขี่รถ จยย.ตามความเคลื่อนไหวไล่หลังมาห่างๆ และได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิด จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้รถยนต์เสียหายและเพื่อน อส.ทั้ง 3 นายได้รับบาดเจ็บดังกล่าว







