
"มีชัย"เมิน2พรรคใหญ่ไม่ร่วมเวทีถกก.ม.ลูก
“มีชัย” ให้ “คสช.” พิจารณาปลดล็อกพรรคการเมือง เมิน2พรรคใหญ่ไม่ร่วมเวทีถกก.ม.ลูก จ่อขยายเวลาสมาชิกเก่าจ่ายเงินให้พรรค ยันรับฟังทุกความเห็น
“มีชัย” ให้ “คสช.” พิจารณาปลดล็อกพรรคการเมือง เมิน2พรรคใหญ่ไม่ร่วมเวทีถกก.ม.ลูก จ่อขยายเวลาสมาชิกเก่าจ่ายเงินให้พรรค ยันรับฟังทุกความเห็น
ที่ 13 ธ.ค. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองใหญ่ ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธส่งตัวแทนเข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อรับฟังความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับเบื้องต้นในวันที่ 14 ธ.ค. ที่สโมสรสสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ว่า ไม่เป็นไร ตนมองว่าเมื่อตัวแทน 2 พรรคใหญ่ปฏิเสธเท่ากับเห็นด้วยกับเนื้อหา อย่างไรก็ตามในการรับฟังความเห็นเพื่อปรับปรุงเนื้อหา กรธ. รับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนในลักษณะที่เงี่ยหูติดดิน ดังนั้นพรรคการเมืองที่ไม่ส่งตัวแทนร่วมเวที สามารถส่งเป็นหนังสือมายังกรธ.ได้จนกว่าจะส่งร่างกฎหมายประกอบไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ โดยหากข้อเสนอใดมีเหตุผล ตนพร้อมนำไปปรับปรุงโดยไม่มีพิธีรีตองใดๆ ทั้งสิ้น
นายมีชัย กล่าวด้วยว่าหลังจากที่เผยแพร่ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองและได้รับฟังความเห็น ล่าสุดกรธ.เตรียมพิจารณาปรับเนื้อหาในบทเฉพาะกาลส่วนที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องยืนยันสมาชิกพรรคการเมืองด้วยการชำระค่าสมาชิกพรรคการเมือง ที่กำหนดให้ทำให้เสร็จภายใน 150 วัน ซึ่งมีเสียงท้วงติงว่าไม่สามารถทำให้เสร็จได้ทันเวลา โดยเฉพาะกรณีที่พรรคการเมืองซึ่งมีสมาชิกเกินกว่า 1หมื่นคน ดังนั้นกรธ. จึงจะพิจารณาปรับให้ ส่วนกรณีที่มีความเห็นระบุว่าเนื้อหาไม่ดี แต่ไม่บอกรายละเอียด กรธ.จะไม่ทราบว่าต้องแก้ไขประเด็นใด ดังนั้นข้อเสนอใดที่มีเหตุผลและคิดว่าจะเป็นประโยชน์ กรธ.พร้อมจะปรับปรุงแก้ไขเนื้อหา รวมถึงกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่ากรณีที่นายทุ่มเงินเพื่อตั้งพรรคโดยไม่มีผู้ริเริ่มจ่ายทุนประเดิมที่แท้จริง เพื่อเป็นการป้องกัน ตนจะนำไปพิจารณาเพิ่มบทกำหนดโทษ
“ผมยืนยันว่าร่างกฎหมายประกอบ ไม่ได้มุ่งบีบให้พรรคใหญ่ หรือ บีบพรรคเล็กทั้งสิ้น แต่ทำเนื้อหาตามแนวทางที่รับฟังมา คือ ประชาชนต้องการเป็นเจ้าของพรรค และไม่ต้องการให้คนเพียง 1 หรือ 2 คนมีอิทธิพลเหนือพรรค ดังนั้นการกำหนดให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วม ด้วยการจ่ายทุนประเดิม 2,000 บาท ไม่เกิน 5แสนบาท เพื่อให้ประชาชนร่วมเป็นเจ้าของ เทียบได้กับการตั้งสมาคมหรือทอดกฐินต้องมีการควักเงินร่วมกันถึงจะมีชื่อเป็นกรรมการ” นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องของนักการเมืองที่ต้องการให้ผ่อนคลายให้พรรคทำกิจกรรมทางการเมืองได้ว่า ตนเชื่อว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพิจารณา หลังจากที่ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองมีความชัดเจน คือ ผ่านชั้นการพิจารณาของ สนช. และบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว เนื่องจากเนื้อหาบังคับให้พรรคต้องดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานมีความสอดคล้องกับกฎหมายใหม่







