
คาดเฟดทะยานขึ้นดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์คาดเฟดเพิ่มอัตราการขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า คุมเงินเฟ้อหลังทรัมป์ลดภาษี-ลงทุนเอื้อเอกชน
นักวิเคราะห์คาดเฟดเพิ่มอัตราการขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า คุมเงินเฟ้อหลังทรัมป์ลดภาษี-ลงทุนเอื้อเอกชน
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า นักเศรษฐศาสตร์ต่างคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเพิ่มอัตราการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2560 เพื่อช่วยควบคุมอัตราเงินเฟ้อ หลังนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การปรับลดภาษี และการลดการกำกับดูแลภาคเอกชน มีแนวทำให้อัตราเงินเฟ้อขยายตัวมากเกินไป
นักวิเคราะห์ของทีดี ซีเคียวริตีส์ ธนาคารการลงทุนในแคนาดา คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อจะปรับขึ้นอีกราว 1% จากนโยบายของนายทรัมป์ เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อในเดือน ต.ค.ที่ 1.6% ส่งผลให้เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยในอัตรามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกเกือบ 1% ต่อปี ขณะที่คาดการณ์เดิมของเฟดเมื่อเดือน ก.ย.นั้น เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง รวม 0.5% ในปีหน้า
ด้านผู้บริหารของเฟดบางส่วน ระบุว่า แม้วาระของนายทรัมป์จะยังไม่มีความชัดเจน แต่ชัยชนะของนายทรัมป์อาจทำให้เฟดต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย
“ตลาดหุ้นแข็งแกร่ง ผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้น และค่าเงินเหรียญสหรัฐก็แข็งค่าขึ้น ความเคลื่อนไหวในตลาด
ตอบรับกับคาดการณ์การขยายนโยบายการคลัง และทำให้เฟดต้องตอบสนองด้วยการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดขึ้น มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก” นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กและกรรมการนโยบายการเงิน กล่าว
ทั้งนี้ จากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ 120 คน โดยรอยเตอร์สระบุว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ เช่นเดียวกับความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยของซีเอ็มอี กรุ๊ป อยู่ที่ 97%
นอกจากนี้ ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้นปิดตลาดสูงสุดในรอบ 1 ปี เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา และยังซื้อขายเหนือค่าเฉลี่ย 25 วันราว 6% หลังคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด กดดันให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอีกเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ โดยค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าเทียบเงินเยนมากที่สุดในรอบ 10 เดือน







