posttoday
DSIโต้ธรรมกาย9ประเด็น เล็งเอาผิดคนยุยงปลุกปั่น

DSIโต้ธรรมกาย9ประเด็น เล็งเอาผิดคนยุยงปลุกปั่น

12 ธันวาคม 2559

ดีเอสไอแถลงโต้ 9ประเด็นศิษย์ธรรมกาย ยันคดีฟอกเงินอาญาแผ่นดินยอมความไม่ได้ แจงกสทช.ระงับสัญญาณดีเอ็มซีเหตุส่งผลกระทบมั่นคง

ดีเอสไอแถลงโต้ 9ประเด็นศิษย์ธรรมกาย ยันคดีฟอกเงินอาญาแผ่นดินยอมความไม่ได้ แจงกสทช.ระงับสัญญาณดีเอ็มซีเหตุส่งผลกระทบมั่นคง

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงชี้แจงกรณีที่กลุ่มศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. รวม 9 ประเด็น ว่า  ประเด็นที่ 1 การกล่าวหาว่าพนักงานสอบสวนในคดียักยอกฉ้อโกงสหกรณ์คลองจั่น จำกัด ว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ให้ความเป็นธรรม เอาผิดกับกลุ่มศิษย์ข้อหาเรี่ยไรเงิน ซึ่งดีเอสไอยืนยันว่าไม่เคยดำเนินคดีข้อหาเรี่ยไรเงิน มีเพียงการดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินกันผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งคดีฟอกเงินเป็นคดีอาญาแผ่นดินไม่สามารถยอมความได้ และมีการดำเนินคดีกับบุคคลจำนวนมาก ที่ผ่านมาผู้เกี่ยวข้องได้เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา มีเพียงกลุ่มพระที่ยังไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหา

ประเด็นที่ 2 การกล่าวหาตำรวจที่ดำเนินคดีบุกรุกป่าโดยกล่าวหาว่านำความเห็นของนายวิฑรูย์ ชลายนนาวิน ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการ มาเป็นพยานหลักฐานดำเนินคดีกับพระธัมมชโย โดยประเด็นนี้ดีเอสไอได้ประสานงานกับสำนักตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พบว่านายวิฑรูย์ถูกไล่ออกจริงแต่กระบวนอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม อีกทั้งนายวิฑรูย์ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศของศาล เลขที่ใบอนุญาต 6/2555 ลงวันที่ 18 มิ.ย. 55  ผ่านการคัดเลือกโดยประธานศาลฎีกา  และผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารงานยุติธรรม  ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอต่อใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม การอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศของนายวิฑรูย์เป็นเพียงพยานหลักฐานส่วนหนึ่งเท่านั้น การดำเนินคดีต้องฟังความเห็นรอบด้าน

ประเด็นที่ 3 กรณีที่ดีเอสไอขอให้กสทช.ระงับสัญญาณช่องดีเอ็มซีชั่วคราวโดยไม่มีการไต่สวน ดีเอสไอดำเนินการด้านการข่าวสืบสวนสอบสวนพบว่า การออกอากาศส่งผลต่อความสงบเรียบร้อย กระทบความมั่นคง จึงต้องดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ หากการออกอากาศไม่มีผลกระทบต่อความสงบจะให้ดำเนินการตามปกติ ทั้งนี้วัดธรรมกายสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของกสทช.ได้

ประเด็นที่ 4 กรณีกลุ่มศิษย์กล่าวหาว่าตำรวจและดีเอสไอกลั่นแกล้งจนทำให้เกิดความคับแค้นใจแก่กลุ่มศิษย์นั้น ดีเอสไอยืนยันว่าปฏิบัติงานตามหน้าที่ ไม่มีเจตนาดำเนินการให้เกิดความไม่ชอบธรรม หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการตามกฎหมายก็จะมีความผิดเสียเอง 

ประเด็นที่ 5 กรณีกลุ่มศิษย์ระบุว่าจะมีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่กว่า 3,000 นาย เฮลิคอปเตอร์ รถฉีดน้ำ เข้าปฏิบัติการในวัดพระธรรมกาย จนทำให้เกิดความขัดแย้งและการต่อต้านจากชาวพุทธทั่วโลก ขอยืนยันว่า การสนธิกำลังพลจำนวนมากไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อตรวจค้นจับกุม โดยในปฏิบัติการตรวจค้น จับกุม จะใช้กำลังพลไม่มาก แต่กำลังพลส่วนใหญ่จัดเตรียมไว้เพื่ออำนวยความสะดวก และดูแลประชาชนที่เข้ามาสวดมนต์ไม่ให้กระทบกระทั่ง รวมทั้งป้องกันภัยแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น การเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่จะไม่พกอาวุธแต่มีเป้าหมายเพื่อเชิญผู้ต้องหาตามหมายจับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ประเด็นที่ 6 การใช้กำลังพลจำนวนมากเข้าปฏิบัติการเพื่อปกป้องประชาชน หากพระธัมมชโยไม่ต้องการให้สิ้นเปลืองงบประมาณและกำลังที่จะเข้าตรวจค้นจับกุม ก็ควรเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ด้วยการมอบตัว ซึ่งดีเอสไอก็อยากนิมนต์ให้ท่านเข้ามอบตัวเพื่อเลี่ยงให้เกิดความรุนแรงในทุกรูปแบบ ส่วนกรณีที่มีการเทียบเคียงไปถึงความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาดังกล่าวถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกันได้

ประเด็นที่ 7 กลุ่มศิษย์อ้างว่าบ้านเมืองอยู่ในช่วงเวลาพิเศษไม่ควรมีการดำเนินการใดๆในช่วงนี้ ดีเอสไอชี้แจงว่า ทุกคนต่างมีความรู้สึกเดียวกัน และเห็นตรงกันกับวัดธรรมกายที่ต้องการให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พระธัมมชโยจึงควรเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เพื่อไม่รบกวนห้วงเวลาพิเศษของบ้านเมือง และเพื่อดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ประเด็นที่ 8 กลุ่มศิษย์อ้างว่าชาวพุทธโลกจับตาการปฏิบัติการที่อาจมีความรุนแรงกับพระ ดีเอสไอเน้นการเชิญตัวพระเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเพื่อให้เกิดความโปร่งใสของเชิญสื่อเข้าเป็นสักขีพยาน ร่วมสังเกตการณ์ปฏิบัติการค้นและจับกุมภายในวัดพระธรรมกาย ดีเอสไอตะหนักในสิ่งที่องค์กรพุทธกังวล จึงพยายามจัดทำแผนอย่างรัดกุม ป้องกันภัยแทรกซ้อน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการขององค์กรพุทธต้องระวังไม่ให้แทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยด้วย

ประเด็นที่ 9 ข้อกังวลที่อยากให้เจ้าหน้าที่ปรับท่าทีในการแสดงออก เกี่ยวกับการเข้าจับกุม ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเป็นกลาง ดำเนินการจากเบาไปหนัก ออกหมายเชิญ หมายเรียก เมื่อพระไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจึงต้องออกหมายจับเพื่อเชิญตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

รองโฆษกดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ดีเอสไอกำลังตรวจสอบกรณีที่อาจมีการให้ข้อมูลในลักษณะปลุกปั่นมวลชนก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ตามกฎหมายอาญา มาตรา 116โดยเป็นการตรวจสอบพฤติกรรมแบบไม่เจาะจงตัวบุคคล หากพบว่าใครมีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี สำหรับปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมขณะนี้มีความพร้อมทั้งหมดแล้ว รอเพียงเวลาเหมาะสมเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ