
ทิศธุรกิจรับสร้างบ้านปี'60 เป็นทั้งวิกฤตและโอกาส
หากมองย้อนไป 5-6 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่ปี 2554 เกิดวิกฤตน้ำท่วมประเทศไทยครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี
โดย...สมาคมไทยรับสร้างบ้าน
หากมองย้อนไป 5-6 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่ปี 2554 เกิดวิกฤตน้ำท่วมประเทศไทยครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี สะเทือนหลายภาคธุรกิจ ทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์และการเกษตร เศรษฐกิจประเทศชะงักงัน ตัวเลข GDP ลดลงกระทั่งติดลบ
ถัดมาปี 2555 เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ภาคธุรกิจปรับปรุงและซ่อมบำรุงสถานประกอบการขนานใหญ่ วัสดุก่อสร้างและแรงงานขาดแคลนหนัก เกิดการแย่งชิงกัน ภาครัฐเริ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดโครงการประชานิยม อาทิ โครงการจำนำข้าว รถยนต์คันแรก ผลจากวิกฤตน้ำท่วมทำให้เกิดความต้องการบ้านหรือที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค อาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมขายดีและเติบโตรวดเร็ว บ้านหลังที่ 2 หรือบ้านสำรองฉุกเฉินในต่างจังหวัดก็ได้รับความนิยมจากคนชั้นกลางและผู้มีฐานะดี ดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ทุกค่ายต่างผุดโครงการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดรองรับกระแสความต้องการและกำลังซื้อ
ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านนับเป็นกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี อยู่ในสภาพตั้งรับเพราะไม่อาจสู้รายใหญ่เพื่อแข่งขันแย่งชิงวัสดุและแรงงานได้ การส่งมอบงานล่าช้ากว่าสัญญา โดนผู้ว่าจ้างปรับเงิน หลายรายขาดสภาพคล่อง ขาดทุน
ปี 2556 รัฐบาลปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วันทั่วประเทศ เอกชนโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่หันมาเร่งขยายการลงทุนในภูมิภาคมากขึ้น อาทิ ห้างสรรพสินค้า ค้าปลีกหรือโมเดิร์นเทรด บ้านจัดสรร อาคารชุด และรับสร้างบ้าน แต่การเมืองปีนี้รัฐบาลเริ่มถูกต่อต้านจากคู่แข่งทางการเมืองและชนชั้นกลาง ส่งผลให้สถานะรัฐบาลเริ่มสั่นคลอน ด้านเศรษฐกิจเผชิญปัญหาราคาน้ำมันสูงขึ้นรวดเร็ว แต่ราคาพืชผลการเกษตรลดลงโดยเฉพาะยางพารา ทำให้นักการเมืองและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบออกมาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก
ปี 2557 เศรษฐกิจชะลอตัว ผลกระทบปัญหาการเมืองในประเทศที่มีการชุมนุมประท้วงและนำไปสู่การรัฐประหาร โครงการประชานิยมต่างๆ จากรัฐบาลก่อนถูกรัฐบาลใหม่ยกเลิกโดยพลัน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคเอกชนมาก ธุรกิจรับสร้างบ้านก็เข้าสู่โหมดชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจอีกครั้ง
ปี 2558 เศรษฐกิจประเทศยังชะลอตัว ภาคการเกษตรเผชิญภัยแล้งรุนแรง ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ กำลังซื้อผู้บริโภคและประชาชนลดลง ประเทศไทยถูกกดดันและถูกตัดสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากนานาประเทศ เนื่องจากผลทางการเมืองการปกครองประเทศ อุตสาหกรรมสิ่งทอ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เริ่มทยอยย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน ประชาชนเริ่มเกิดภาวะว่างงาน ตัวเลข GDP ถดถอยกว่าที่คาด ด้านการเมือง รัฐบาล คสช.ประกาศเลื่อนเลือกตั้งออกไปจากโรดแมปที่วางไว้ ท้ายปีปรับท่าทีหันมากระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ฟากธุรกิจรับสร้างบ้าน ความต้องการและกำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้น ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กถอยออกจากธุรกิจ รายกลางรายใหญ่ทำได้แค่ประคองตัว
ปี 2559 แม้เศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีก่อน แต่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำยังเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาล ทั้งราคายางพารา ปาล์ม และข้าว เกิดกระแสชาวนารวมตัวกันนำข้าวมาขายให้ประชาชนเองไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้รัฐบาลต้องรีบหาทางออกด้วยโครงการรับซื้อข้าวและจ่ายเงินช่วยเหลือ ก่อนที่เรื่องข้าวจะลุกลามเป็นประเด็นการเมือง ขณะที่แรงกดดันการเมืองจากนานาประเทศเริ่มเบาลง จากโรดแมปการนำประเทศกลับสู่การเลือกตั้งและปกครองแบบประชาธิปไตย รวมทั้งการแก้ปัญหาค้ามนุษย์และอื่นๆ ของรัฐบาล
อย่างไรก็ดี ปีนี้คนไทยทั้งประเทศตกอยู่ในอาการช็อกเศร้าเสียใจครั้งใหญ่ จากเหตุการณ์เสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ช่วงท้ายปีทั้งภาคเอกชนและรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแสดงความอาลัยมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง นอกจากนี้พื้นที่ภาคใต้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันจนประสบปัญหาน้ำท่วมขัง ประชาชนเดือดร้อนหลายจังหวัด
สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association : THBA) ประเมินธุรกิจรับสร้างบ้านปี 2559 ยังเผชิญปัญหาความต้องการและกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว ผู้ประกอบการหลายรายเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด รายใหญ่บางรายลดจำนวนสาขาเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่บางรายดิ้นขยายสาขาหาทางเปิดตลาดผู้บริโภคใหม่ตามแนวคิดและกลยุทธ์แต่ละรายที่ต่างกัน
ภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านในรอบ 5 ปี และปี 2559 พบว่าผู้ประกอบการเผชิญปัจจัยลบกระทบธุรกิจเป็นระยะ จริงอยู่ธุรกิจอื่นก็เผชิญสถานการณ์ไม่ต่างกัน แต่ “บ้าน” มีราคาสูงและมิได้ซื้อซ้ำบ่อย หากเทียบกับ “รถยนต์” ที่ราคาสูงพอกัน แต่มีโอกาสซื้อซ้ำมากกว่าและที่สำคัญผู้ประกอบการเป็นทุนขนาดใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านเป็นเอสเอ็มอี เงินทุนหรือสายป่านไม่ยาว เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อผู้บริโภคถดถอย การฝ่าสถานการณ์ให้รอดพ้นจึงยากลำบาก การปรับตัวของผู้ประกอบการจึงจำเป็นไม่อาจเลี่ยงได้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงให้ทัน ทั้งการตอบสนองพฤติกรรมและความต้องการผู้บริโภค เทคโนโลยีก่อสร้าง การแข่งขันในธุรกิจเดียวกัน ธุรกิจใกล้เคียงหรือทดแทนกัน
สิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน กล่าวว่า เมื่อพิจารณาปัจจัยรอบด้าน ปี 2560 คาดว่าปริมาณและมูลค่าตลาดบ้านสร้างเองมีแนวโน้มทรงตัว คิดเป็นมูลค่า 8 หมื่น-1 แสนล้านบาทเศษ ที่ผ่านมากลุ่มผู้รับเหมารายย่อยทั่วไปครองส่วนแบ่งตลาดนี้กว่า 80% ผู้ประกอบการที่พัฒนารูปแบบการให้บริการแบบครบวงจรหรือแบบวันสต็อปเซอร์วิส ที่เรียกตัวเองว่า “บริษัทรับสร้างบ้านหรือศูนย์รับสร้างบ้าน” 200 รายเศษทั่วประเทศ (แต่จำนวนไม่น้อยยังขาดความพร้อมและความเป็นมืออาชีพแท้จริง) มีส่วนแบ่งตลาดไม่ถึง 20% หรือ 1.3-1.4 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
รูปแบบวันสต็อปเซอร์วิส ไล่ตั้งแต่ให้คำปรึกษาก่อนตัดสินใจ ออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม บริหารและควบคุมการก่อสร้าง คัดเลือกหรือจัดหาวัสดุและแรงงาน เป็นตัวแทนประสานงานเพื่อขออนุญาตกับหน่วยงานราชการ ติดต่อขอใช้สาธารณูปโภคกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อำนวยความสะดวกและประสานงานสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อ รวมถึงรับประกันและซ่อมบำรุงภายหลัง
กลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านหรือศูนย์รับสร้างบ้าน เลือกใช้วิธีรับจ้างสร้างบ้านจากผู้บริโภค เรียกว่าระบบเทิร์นคีย์ (TURN-KEY) หรือจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ คล้ายรับจ้างลักษณะทั้งออกแบบ-ก่อสร้าง เป็นการพัฒนาหรือผลิตสินค้าจนแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน ต่างกับการรับจ้างหรือรับเหมาก่อสร้างปกติที่เน้นเฉพาะปริมาณหรือเนื้องานก่อสร้างตามต้นทุนค่าวัสดุ ค่าแรง และค่าดำเนินการ ผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านส่วนใหญ่จึงไม่เลือกใช้วิธีรับจ้างลักษณะประมูลหรือเสนอราคาแข่งขันเหมือนผู้รับเหมาทั่วไป นับเป็นอีกทางเลือกของผู้บริโภคที่ไม่ต้องการยุ่งยาก ติดต่อหรือว่าจ้างผู้รับจ้างหลายฝ่าย สมาคมคาดว่าผู้ประกอบการรับสร้างบ้านมืออาชีพยังดำเนินธุรกิจในทิศทางนี้เหมือนเดิมภายใต้แรงกดดันจากหน่วยงานรัฐที่ต้องการควบคุมธุรกิจนี้
สิทธิพร กล่าวอีกว่า นโยบายรัฐบาล คสช.ในปัจจุบัน ประกาศเดินหน้าประเทศไทยสู่เศรษฐกิจ 4.0 มุ่งสู่การสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยี ดีไซน์ และธุรกิจสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าเพิ่มบริการและสินค้าไทย ธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการออกแบบหรือดีไซน์ สร้างสรรค์แนวคิดการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ จึงน่าเสียดายหากหน่วยงานรัฐพยายามบังคับและควบคุมผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน จนไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้และหมายถึงทางเลือกผู้บริโภคย่อมจำกัดลง
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผู้ประกอบการรับสร้างบ้านคงรีบทำความเข้าใจกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง หรือต่อสู้ทางความคิดและแนวทางกฎหมายที่จะบังคับใช้ และผู้ประกอบการก็ต้องเร่งปรับตัวให้ดำเนินธุรกิจต่อได้อย่างโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะกฎกติกาใหม่ที่หน่วยงานภาครัฐจะบังคับใช้ คาดว่าจะกระทบผู้รับเหมารายย่อยมากกว่า อาจเป็นไปได้ว่ารายย่อยจะไม่สามารถประกอบอาชีพรับสร้างบ้านกับผู้บริโภคได้โดยตรงและถูกกฎหมาย ฉะนั้นปี 2560 มองปัจจัยเป็นลบก็เห็นวิกฤต มองปัจจัยเป็นบวกก็เห็นโอกาส อยู่ที่มุมมองและการปรับตัวของผู้ประกอบการแต่ละรายภายใต้กฎกติกาเดียวกัน
ทั้งนี้ สมาคมเตรียมพร้อมจัดงานมหกรรมบ้านและวัสดุก่อสร้าง 2560 วันที่ 25-29 ม.ค. 2560 ณ เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 3-4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นงานบ้านและวัสดุงานแรกแห่งปี ในงานประกอบด้วยบูธแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการแวดวงอสังหาฯ รับสร้างบ้าน วัสดุก่อสร้าง สถาบันการเงินและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เชื่อว่ากิจกรรมนี้จะกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ รับสร้างบ้าน กระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคให้ลงทุน ใช้จ่ายมากขึ้นได้







