
คิงส์เกตลุ้น พรบ.แร่ใหม่
บรรดาสำนักข่าวออสเตรเลียต่างจับตากรณีการปิดเหมืองแร่ทองคำชาตรี ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส ซึ่ง คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด
บรรดาสำนักข่าวออสเตรเลียต่างจับตากรณีการปิดเหมืองแร่ทองคำชาตรี ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส ซึ่ง คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด จากออสเตรเลียเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างใกล้ชิด หลังรัฐบาลไทยมีคำสั่งปิดเหมืองทองดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลภายในวันที่ 31 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอเอพีของออสเตรเลีย รายงานว่า บรรดาผู้บริหารคิงส์เกตต่างยังหวังช่วยให้เหมืองทองดังกล่าวไม่ให้ต้องปิดตัวลง
ความคืบหน้าล่าสุด เกรก ฟูลิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคิงส์เกต ระบุว่า กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ของไทยได้แจ้งมายังทางคิงส์เกต ระบุรัฐบาลไทยกำลังพัฒนานโยบายเกี่ยวกับการจัดการอุตสาหกรรมแร่ และทางการไทยยังพิจารณาที่จะต่ออายุใบอนุญาตเหมืองแร่ต่อ ซึ่งใบอนุญาตดังกล่าวจะหมดอายุลงในวันที่ 31 ธ.ค.ที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่าง พ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการขอใบอนุญาตทำเหมือง ซึ่งมีการดึงเอาเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นและภูมิภาคเข้ามามีส่วนอนุมัติการออกใบอนุญาตดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบดูแลการทำงานของเหมืองแร่ด้วย
อย่างไรก็ตาม รอสส์ สมิธ เคิร์ก ประธานของบริษัท คิงส์เกต กล่าวว่า บรรดาผู้บริหารต่างช่วยกันล็อบบี้รัฐบาลไทยมาหลายเดือนเพื่อช่วยเหมืองทองจากการปิดตัว อย่างไรก็ตาม เคิร์กระบุว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการของ พ.ร.บ.ใหม่ และกำลังมืดแปดด้าน
“พวกเราต้องรอการแจ้งอย่างเป็นทางการ” เคิร์ก กล่าว
บรรดาผู้บริหารของคิงส์เกต เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่จะเผชิญกับคำสั่งปิดเหมืองทองคำชาตรี คิงส์เกตวางแผนที่จะลงทุนเพิ่มอีก 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) เพื่อลงทุนดำเนินการเหมืองต่ออีก 20-30 ปี ซึ่งจะสร้างรายได้หลายพันล้านเหรียญสหรัฐให้กับคิงส์เกต
ในตลาดหุ้นออสเตรเลีย หุ้นของคิงส์เกตร่วงลงจาก 12 เหรียญออสเตรเลีย หรือมีมูลค่าตลาดทั้งหมด 2,500 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (ราว 6.5 หมื่นล้านบาท) เมื่อปี 2010 เหลือเพียง 0.2 เหรียญออสเตรเลียเท่านั้น จากการเผชิญกับคำสั่งปิดเหมืองทองดังกล่าว
“ถ้าหยุดการทำงานของเหมืองไปจะต้องสูญเสียงานมากกว่า 1,000 อัตรา ทั้งแรงงานทางตรงและสัญญาจ้าง” ฟูลิส กล่าว ขณะที่ซิดนีย์ มอนิง เฮอราลด์ รายงานว่า คิงส์เกตได้ปลดพนักงานไปแล้ว 1,000 อัตรา
ทั้งนี้ ปี 2015 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีทุจริตในการทำเหมืองแร่ โดยเกี่ยวพันกับการทุจริตอนุมัติสัมปทานให้ขุดเหมืองแร่ทองคำโดยมิชอบ จนก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยโดยรอบ เนื่องจากมีการปนเปื้อนของสารพิษในแหล่งน้ำและในนาข้าว ก่อนรัฐบาลไทยจะสั่งปิดเหมืองทองดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 พ.ย. พร้อมยุติใบอนุญาตทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้







