posttoday
ยุโรปไม่พร้อมเลิกกระตุ้น รองรับการเมืองเสี่ยงปีหน้า

ยุโรปไม่พร้อมเลิกกระตุ้น รองรับการเมืองเสี่ยงปีหน้า

12 ธันวาคม 2559

ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) นำโดยผู้ว่าการ มาริโอ ดรากี ได้ทำสิ่งที่เหนือกว่าตลาดคาดการณ์เอาไว้เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) นำโดยผู้ว่าการ มาริโอ ดรากี ได้ทำสิ่งที่เหนือกว่าตลาดคาดการณ์เอาไว้เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา ด้วยการประกาศขยายระยะเวลาการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ไปจนถึงเดือน ธ.ค. 2017 แต่ลดวงเงินลงจากเดือนละ 8 หมื่นล้านยูโร (ราว 3 ล้านล้านบาท) เหลือเดือนละ 6 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.2 ล้านล้านบาท) สร้างความสับสนให้แก่ตลาดที่แบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายที่คาดว่าอีซีบีจะกระตุ้นต่อ และฝ่ายที่มองว่าเป็นการส่งสัญญาณเลิกคิวอี

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 นี้ จะออกมาสนับสนุนให้อีซีบีพร้อมเลิกใช้มาตรการคิวอี แต่เศรษฐกิจยุโรปในปี 2017 จะยังคงเผชิญความเสี่ยงต่อไป ท่ามกลางกระแสของกลุ่ม “ขวาจัด” ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และอาจจะทำให้สหภาพยุโรป (อียู) ต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะแตกเป็นเสี่ยงๆ อีกครั้ง เช่นเดียวกับหลังประชามติออกจากอียูของอังกฤษหรือเบร็กซิต จนเป็นเหตุให้อีซีบียังไม่สามารถยกเลิกมาตรการกระตุ้นได้

ปฏิกริยาของตลาดภายหลังการประกาศจะเริ่มต้นใช้คิวอีวงเงินใหม่ที่เดือนละ 6 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.2 ล้านล้านบาท) ในเดือน เม.ย. 2017 ไปจนถึงเดือน ธ.ค. 2017 ออกไปใน 2 ทิศทาง โดยดัชนีเอ็มเอสซีไอ เวิลด์ อินเด็กซ์ ชี้วัดตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2015 ก่อนปรับลงเล็กน้อยในวันถัดมา ขณะที่ค่าเงินยูโรปรับลดลง 1.1% หลังการประกาศของอีซีบี จากความเชื่อมั่นว่าอีซีบีจะยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายการเงินต่อไป

แต่ในด้านตลาดพันธบัตรนั้น กลับสะท้อนการคาดการณ์ของนักลงทุนในทิศทางตรงกันข้าม คือ นักลงทุนต่างคาดการณ์ที่อีซีบีจะยกเลิกการใช้คิวอีในอนาคต ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาก็สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา ปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. เช่นเดียวกับผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ที่ปรับขึ้น 0.14% แสดงให้เห็นว่า ราคาพันธบัตรที่เคลื่อนไหวสวนทางกับผลตอบแทนนั้น ปรับตัวลดลงไป

ตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว โดยอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ปรับขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2014 ต่อเนื่องจากเดือน ต.ค. ที่ปรับขึ้น 0.5% และเดือน ก.ย.ที่ 0.4% ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2014 เช่นกัน ขณะที่ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือน พ.ย.ก็ปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดในระดับที่ไม่ได้เห็นมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2015

“ความสับสนเกิดขึ้นเสมอ อีซีบีไม่สามารถทำอะไรที่กระจ่างและโปร่งชัดได้ ดรากีพยายามที่จะเอาใจทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายธนาคารกลางประเทศสมาชิกอื่นๆ ที่ต่อต้านโครงการมาโดยตลอด ในขณะเดียวกัน ดรากีก็ต้องการเอาใจสาธารณชนในการให้การกระตุ้นเพิ่ม ซึ่งเป็นเรื่องยากและเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นเรื่องยุ่งยากเสมอสำหรับอีซีบี” เยนส์ ปีเตอร์ โซเรนเซน หัวหน้านักวิเคราะห์ของธนาคารดันสก์แบงก์ ในกรุงโคเปนเฮเกนของเดนมาร์ก กล่าว

อย่างไรก็ตาม ดรากีปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่ได้ดำเนินมาตรการ “เทเปอร์” อันเป็นชื่อเรียกเหตุการณ์ที่ เบน เบอร์แนนคี อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณจะยุติคิวอีในปี 2013 ซึ่งสร้างความผันผวนให้กับตลาดไปทั่วโลกและทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ยังระบุอีกด้วยว่า เศรษฐกิจยุโรปยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงที่กดดันการเติบโตอยู่

ดรากียังตอบคำถามของผู้สื่อข่าวถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในปี 2017 โดยระบุถึงการเลือกตั้งในหลายประเทศของยุโรปที่จะมาถึงในปีหน้านี้ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว

สำหรับความไม่แน่นอนทางการเมืองของยุโรปนั้นเริ่มเด่นชัดขึ้นหลังจากสหราชอาณาจักรที่นำโดยอังกฤษลงประชามติถอนตัวออกจากอียู นับเป็นการปลุกความไม่นอนซึ่งสั่นคลอนความเป็นสหภาพ และอังกฤษยังไม่ใช่ชาติเดียวที่มีกระแสเรียกร้องให้ออกจากอียู

การลงประชามติของอิตาลีครั้งที่ผ่านมาแม้หัวข้อการทำประชามติจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับอียู และเป็นการสอบถามความเห็นในการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อจำกัดอำนาจวุฒิสภาซึ่งมักขัดขวางการออกกฎหมายใดๆ ของสภาผู้แทนราษฎร แต่การทำประชามติดังกล่าวนั้นเดิมพันด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ มัตเตโอ เรนซี ซึ่งต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว และการพ่ายแพ้ของเรนซีกลายเป็นการเปิดทางให้กับกลุ่มขวาจัดขึ้นมามีอำนาจแทน

การทำประชามติอิตาลีที่ผ่านมา ด้านฝ่ายคัดค้านนั้นมีตัวตั้งตัวตีอย่างพรรค ไฟฟ์ สตาร์ มูฟเมนต์ ขณะที่พรรคนอร์ทเทิร์น ลีก ที่มีแนวคิดต่อต้านผู้อพยพ ออกมาแสดงความยินดีกับชัยชนะของกลุ่มคัดค้านและการลงจากตำแหน่งของเรนซี โดยชะตากรรมของอิตาลีในอียูจะต้องไปตัดสินกันอีกทีในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งคาดว่าจะจัดก่อนช่วงครึ่งปีแรกต้นปี 2018

ยุโรปยังมีการเลือกตั้งอีกหลายครั้งในปีหน้านี้ เริ่มจากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจคิดเป็น 6.5% ของยูโรโซน จะมีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 15 มี.ค. ตามมาด้วยฝรั่งเศส ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจคิดเป็น 21% ของยูโรโซน จะมีการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 23 เม.ย. และ 7 พ.ค. ขณะที่มีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาอีกครั้งในเดือน มิ.ย.

ในด้านฝรั่งเศสนั้น มารีน เลอ เพน ผู้นำพรรคเนชั่นนัลฟรอนต์ พรรคอนุรักษนิยมขวาจัดของฝรั่งเศส ซึ่งลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปีหน้า ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเลอ เพน ให้สัญญาว่าหากได้รับชัยชนะจะทำประชามติให้ฝรั่งเศสถอนตัวจากสหภาพยุโรป

นอกจากเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศสแล้ว เยอรมนียังมีกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปในราวเดือน ส.ค.-ต.ค.ปีหน้า โดยเยอรมนีนับเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยูโรโซนและคิดเป็นสัดส่วน 29% ของเศรษฐกิจยูโรโซน ซึ่งเยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่พอใจมาตรการซื้อคืนพันธบัตรของอีซีบีเป็นอย่างมาก เนื่องจากโควตาการซื้อพันธบัตรของอีซีบีนั้น คิดตามสัดส่วนเศรษฐกิจ ส่งผลให้เยอรมนีต้องขายพันธบัตรให้กับอีซีบีมากที่สุดจนแทบไม่มีพันธบัตรเหลือให้ซื้อคืน

อย่างไรก็ตาม การลดขนาดการซื้อคืนพันธบัตรของอีซีบี จะช่วยชะลอการหมดพันธบัตรที่จะเข้าซื้อ และแม้กระแสชาตินิยมจะมาแรงอย่างมากตลอดทั้งปี 2016 นี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ฝ่ายชาตินิยมจะสามารถชนะการเลือกตั้งได้เสมอไป โดยการเลือกตั้งซ่อมของออสเตรียเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา อเล็กซานเดอร์ วอน เดอร์ เบลเลน จากพรรคกรีน ที่มีจุดยืนสนับสนุนอียู สามารถเอาชนะโนเบิร์ต โฮเฟอร์ ผู้นำพรรคฟรีดอม ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดและต่อต้านผู้อพยพไปได้

“ผมคิดว่าเหล่าธนาคารกลางควรใจเย็น หรือควรเดินหน้าด้วยนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป ซึ่งจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายของธนาคารกลาง ผมเคยพูดมาแล้ว ประเทศซึ่งต้องการการปฏิรูปควรที่จะทำโดยไม่ต้องคำนึงถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง เพราะหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศเหล่านี้รับมือกับความไม่แน่นอนดังกล่าวได้ คือ การทำให้เศรษฐกิจกลับมาเจริญเติบโต และมีการจ้างงาน รวมถึงการสร้างงานด้วย” ดรากี กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท