posttoday
หงษ์ทองนาหยอด ช่วยชาวนายั่งยืน

หงษ์ทองนาหยอด ช่วยชาวนายั่งยืน

11 ธันวาคม 2559

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานแก่ผู้นำกลุ่มชาวนา

โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานแก่ผู้นำกลุ่มชาวนา เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มี.ค. 2508 ซึ่งเป็นพระราชดำรัสเปิดการชุมนุมกลุ่มผู้นำชาวนาทั่วประเทศ ครั้งที่ 3 ที่ว่า …..

“ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ศึกษาและทดลองทำนามาบ้าง และทราบดีว่าการทำนานั้นมีความยาก ลำบากเป็นอุปสรรคอยู่มิใช่น้อย จำเป็นต้องอาศัยพันธุ์ข้าวที่ดี และต้องใช้วิชาการต่างๆ ด้วย จึงจะได้ผลเป็นล่ำเป็นสัน อีกประการหนึ่งที่นานั้นเมื่อสิ้นฤดูทำนาแล้วควรจะปลูกพืชอื่นๆ บ้าง เพราะจะเพิ่มรายได้อีกไม่น้อย ทั้งจะช่วยให้ดินร่วน ช่วยเพิ่มปุ๋ยกากพืช ทำให้ลักษณะเนื้อดินดีขึ้น เหมาะสำหรับจะทำนาฤดูต่อไป...” 

บริษัท เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวตราหงษ์ทอง ได้น้อมนำพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาดำเนินโครงการหงษ์ทองนาหยอด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาพันธุ์ข้าวหอมมะลิ

มนัส ชูผกา ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สายบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์กร บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง กล่าวว่า ด้วยแนวคิดที่ว่าคุณภาพที่ดีของข้าวหอมมะลิต้องเริ่มจากเมล็ดพันธุ์ที่บริสุทธิ์ ข้าวหงษ์ทองจึงดำเนินโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา มีแปลงนาที่อยู่ในโครงการจำนวน 2,000 ไร่ ที่ จ.อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ โดยมีหน่วยราชการให้ความรู้ในการดูแลแปลงนาเมล็ดพันธุ์ ปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้นทุกปี จนปี 2557 ได้ผลเป็นอัตราเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์สูงสุดที่ทำได้คือ 99.7 และได้ให้ชาวนานำไปใช้ในโครงการหงษ์ทองนาหยอดต่อไป

หงษ์ทองนาหยอด ช่วยชาวนายั่งยืน

 

ที่ผ่านมาบริษัทได้พยายามหาวิธีการตอบโจทย์ด้วยการทำนาหลากหลายวิธี จนในที่สุดได้ค้นพบว่าการทำนาหยอดแบบแห้งเป็นวิธีการที่เหมาะสมกับการปลูกข้าวหอมมะลิในพื้นที่ภาคอีสาน เพราะช่วยลดต้นทุนการปลูกข้าว โดยใช้เมล็ดพันธุ์น้อยเพียง 10 กิโลกรัม/ไร่ จากเดิมในอดีตที่เกษตรกรทำนาหว่านต้องใช้เมล็ดพันธ์ุถึง 25-35 กิโลกรัม/ไร่ และยังต้องเสียค่ายาปราบศัตรูพืชและค่าปุ๋ยอีกเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกษตรกรมีต้นทุนในการปลูกข้าวที่สูง

ที่สำคัญการปลูกข้าวนาหยอดยังช่วยให้เมล็ดพันธุ์มีอัตราการงอกที่ดี ข้าวที่ฝังในดินไม่ถูกทำลายด้วยสัตว์และแมลง เมื่อฝนตกจะมีอัตราการงอกสูง ซึ่งนาหยอดจะใช้หลักการปลูกแบบเดียวกับนาดำ ผลผลิตที่ได้จะขึ้นเรียงกันเป็นแนวสามารถบริหารจัดการวัชพืชได้ง่าย มองเห็นต้นข้าวและคำนวณการให้ปุ๋ยได้ชัดเจน และต้นข้าวจะแตกกอได้ดีเพราะไม่แน่นจนเกินไป ปริมาณข้าวออกรวงสูงและเมล็ดสวยงาม ได้ข้าวที่มีคุณภาพมีความบริสุทธิ์

ทั้งนี้ จากผลการทดลองปลูกข้าวที่ผ่านมาได้พบว่าโครงการหงษ์ทอง นาหยอด ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปลูกจากเดิม 3,060 บาท/ไร่ ลดลง 485 บาท/ไร่ เหลือ 2,575 บาท/ไร่ หรือคิดเป็น 16% และช่วยเพิ่มผลผลิต จากเดิม 451 กิโลกรัม/ไร่ เพิ่มขึ้น 108 กิโลกรัม/ไร่ เป็น 559 กิโลกรัม/ไร่ หรือคิดเป็น 24% โดยชาวนาที่มาเข้าร่วมโครงการหงษ์ทองนาหยอดนั้นก็ไม่ต้องมีพันธสัญญาใดๆ ที่จะมาบังคับให้ต้องขายผลผลิตกับข้าวตราหงษ์ทอง แต่ถ้าเกษตรกรชาวนาท่านใดต้องการนำข้าวมาขายทางบริษัทก็ยินดีที่จะรับซื้อในราคาที่สูงกว่าตลาดกิโลกรัมละ 50 สตางค์

หงษ์ทองนาหยอด ช่วยชาวนายั่งยืน

 

นอกจากนี้ บริษัทยังได้สนับสนุนการปลูกพืชหลังการเก็บเกี่ยว เนื่องจากเกษตรที่ปลูกข้าวหอมมะลิหนึ่งปีสามารถทำนาได้เพียงครั้งเดียว ดังนั้นในช่วงนอกฤดูกาลทำนาจึงต้องเพิ่มรายได้ให้กับชาวนาด้วยการส่งเสริมให้ปลูกพืชที่เป็นที่ต้องการของตลาด โดยบริษัทจัดหาเมล็ดพันธุ์ วิธีการ รวมถึงตลาดรับซื้อให้กับเกษตรกร เช่น ปลูกแตงโม ฟักทอง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง เป็นต้น

ด้วยแนวทางการดำเนินงาน โดยยึดพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงวางรากฐานการพัฒนาประเทศที่อยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองให้ประชาชนยืนด้วยขาตัวเองได้ย่อมจะยั่งยืนถาวร สำหรับฤดูกาลปี 2559/2560 มีเกษตรกรร่วมโครงการเพิ่มเป็น 1 หมื่นไร่ ใน จ.ศรีสะเกษและอุบลราชธานี โดยหงษ์ทองสนับสนุนสินเชื่อเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยและปัจจัยการผลิตต่างๆ เป็นจำนวนเงิน 14 ล้านบาท เพื่อช่วยชาวนาลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มคุณภาพข้าวได้ เพื่อที่ชาวนาไทยจะห่างไกลจากความยากจนอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ