
จะไป SAGA 13
เมือง Arita เป็นตำบลขนาดกลาง มีพื้นที่ราวๆ 65 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 2 หมื่นนิดๆ
เมือง Arita เป็นตำบลขนาดกลาง มีพื้นที่ราวๆ 65 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 2 หมื่นนิดๆ แต่มีชื่อเสียงโด่งดังกว่าอำเภอหรือเมืองใหญ่ๆ หลายแห่ง เพราะผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออย่างพอร์ซเลน จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น Preserved Traditional Crafts of Japan และโดยเฉพาะการจัดงานเทศกาล Arita Ceramics Fair ที่จัดขึ้นทุกปีในช่วง Golden Week หรือวันหยุดยาวของญี่ปุ่นปลายเดือน เม.ย.-ต้น พ.ค. ทางเมืองจะปิดถนนสายหลักยาวประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเปิดเป็นตลาดนัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เซรามิกและพอร์ซเลน มีร้านค้ามาออกงานกว่า 500 ร้าน และแน่นอนว่าต้องกระหน่ำกันลดราคาเพื่อสร้างแรงจูงใจ มีสินค้าสารพัดตั้งแต่ที่วางตะเกียบไปจนถึงแจกันเคลือบ ราคาตั้งแต่ชิ้นละไม่กี่ร้อยเยนไปจนถึงหลักแสนเยน ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนเมืองอาริตะร่วมล้านคนในช่วงเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียว
เราขับรถมาจากร้านอาหารถึงใจกลางเมืองอาริตะโดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาที จุดหมายปลายทางแรกของเราคือศาลเจ้า Sueyama จากลานจอดรถจะมองเห็นเสาโทริอิอยู่ไม่ไกล เดินขึ้นบันไดเจอทางรถไฟขวางหน้าอยู่ มีป้ายเตือนให้ระวังเห็นเด่นชัด พอข้ามไปปุ๊บก็เป็นเขตศาลเจ้า ทั้งเสาโทริอิ โคมหิน Komainu บ่อน้ำชำระกายใจ มีครบตรงลานด้านล่าง แต่ที่แตกต่างจากศาลเจ้าอื่นๆ คือ งานพอร์ซเลนที่ประดับประดาอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ สมกับเป็นศาลเจ้าสำคัญของเมืองแห่งพอร์ซเลน และที่ชอบอย่างหนึ่งของที่นี่คือ ตรงบริเวณบ่อน้ำ เขามีทำป้ายเล็กๆ มีรูปการ์ตูนประกอบวิธีล้างมือบ้วนปากและคว่ำกระบวยไว้ด้วย ใครที่ไม่ทราบวิธีก็สามารถเข้าใจได้ง่าย ชำระกายใจเรียบร้อยก็เดินขึ้นบันไดไปสัก 50 ขั้น ก็ถึงบริเวณศาลเจ้า
สิ่งแรกที่เห็นคือเสาโทริอิสีขาวสลับฟ้าที่ทำจากพอร์ซเลน ถึงจะดูทรุดโทรมไปบ้าง แต่ก็ทำให้ดูขลังขึ้นเยอะ เสาต้นนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1888 มีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนใคร จนได้รับการบันทึกให้เป็น Tangible Culture Property เมื่อปี ค.ศ. 2000 จากตำแหน่งของเสาโทริอิ เมื่อมองย้อนกลับลงมาสามารถเห็นเมืองอาริตะได้กว้างไกล บนลานแห่งนี้ยังมีวัตถุที่ทำด้วยพอร์ซเลนอีกหลายชิ้น เช่น ตุ๊กตาสุนัข Komainu โคมหิน เสาหิน กระถางธูป หรือแม้แต่บนตัวศาลเจ้า ก็ยังมีงานพอร์ซเลนประดับประดาอยู่ด้วยเช่นกัน ด้านข้างศาลเจ้ามีป้ายประวัติให้อ่าน เลยทราบว่าศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า Tozan Shrine สืบเนื่องจากคุณ Ri Sampei บิดาแห่งพอร์ซเลนของเมืองอาริตะ ได้รับการบรรจุฝังอยู่บนเนินถัดจากศาลเจ้าขึ้นไป และคำว่า Tozan ก็หมายถึง Pottery Producing Area เป็นอันเข้าใจได้ว่า ศาลเจ้าแห่งนี้เกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกับเมืองอาริตะอย่างแนบแน่นทีเดียว
ขาลงจากศาลเจ้า ผมขอแวะถ่ายรูปรถไฟวิ่งผ่านด้านหน้า เพราะเป็นอีกหนึ่งภาพที่จะไม่ได้เห็นกันง่ายๆ จากนั้นก็ไปเดินเล่นต่อบนถนนสายหลักที่อุดมไปด้วยร้านค้า โดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผา เราแวะไปชมร้าน Koransha China ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ก่อตั้งโดยตระกูล Fukagawa หนึ่งในผู้ริเริ่มผลิตเซรามิกของเมืองอาริตะ จนได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลให้ผลิตฉนวนไฟฟ้าสำหรับกรมโทรเลข และในขณะเดียวกันก็พัฒนาวัตถุดิบถึงขั้นสามารถผลิตพอร์ซเลนชั้นดีได้ เลยแตกไลน์ธุรกิจออกเป็น 2 สาขา คือ ฉนวนเซรามิก และงานพอร์ซเลน เจริญก้าวหน้าเป็นผู้นำทั้งสองสาขา แต่ร้าน Korancha ที่เราไปแวะชมเป็นสายเครื่องปั้นพอร์ซเลน มีให้ชมและเลือกซื้อมากมายตามกำลังทรัพย์ ผมสอยถ้วยกาแฟมาเป็นที่รำลึกหนึ่งใบ ก่อนจะออกจากเมืองอาริตะอย่างอาลัย







