posttoday
ธุรกิจไม่ติดขัด

ธุรกิจไม่ติดขัด

10 ธันวาคม 2559

ในช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรืองธุรกิจของผมเติบโตขึ้น ทำให้มีพนักงานมากขึ้น ผมจำได้หรือรู้จักเฉพาะคนงานเก่าๆ

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

ในช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรืองธุรกิจของผมเติบโตขึ้น ทำให้มีพนักงานมากขึ้น ผมจำได้หรือรู้จักเฉพาะคนงานเก่าๆ ที่อยู่กันมานานกว่า 10 ปี หรือไม่ก็ผู้จัดการหลักๆ บางคนเท่านั้น ผมค่อยๆ ห่างจากงานในโรงงาน งานหลักของผมจึงเป็นเรื่องการดูแลการเงิน เก็บออมเงินเพื่อความมั่นคงของกลุ่มบริษัทในเครือทั้งหมด

สิ่งที่เป็นความภูมิใจเมื่อครั้งปี 2540 คือ การได้มีส่วนช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ หรือที่เรียกกันว่า วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ซึ่งช่วงนั้นธนาคารดึงเงินกู้คืนทั้งหมด บริษัทในกลุ่มของผมมีปัญหาการเงิน เงินหมุนเวียนในระบบมีไม่พอ ผมต้องนำเงินที่เก็บออมเกือบทั้งหมดมาใช้หมุนเวียนในธุรกิจนับ 100 ล้านบาท จึงทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด

ธุรกิจต่างๆ เริ่มหันมาส่งออกมากขึ้น บริษัทของผมก็เช่นกัน จำเป็นต้องส่งสินค้าออกไปจำหน่ายต่างประเทศให้มากขึ้น เพราะเงินบาทอ่อนค่าลงมาก จาก 27 บาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ ตอนกลางปี 2540 มาเป็น 50 กว่าบาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ ตอนสิ้นปี เศรษฐกิจหดตัวอย่างมากในปี 2541 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี (GDP) ของไทยติดลบมากกว่า 10% ช่วงนี้ใครไม่มีเงินสดหมุนเวียนเพียงพอ แม้ธุรกิจทำกำไรได้ดีก็มีโอกาสเจ๊ง เนื่องจากธนาคารดึงเงินที่ปล่อยกู้ไปกลับหมด เพื่อคืนเงินกู้ต่างชาติ คนที่ทำธุรกิจนำเข้าหน้ามืดเจ๊งไปก็มาก

ตอนนั้นทุกคนมักคิดว่าไม่มีความเสี่ยงอะไรเลย แต่จริงๆ แล้วค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงไปมีผลมากทีเดียว อย่างบริษัทของผมบริษัทหนึ่ง ซื้อเครื่องจักรจากญี่ปุน ราคา 1.4 แสนเหรียญสหรัฐ มีการเจรจาต่อรองกันไปมา จนในที่สุดผู้ขายเครื่องจักรยอมลดให้เหลือ 1.25 แสนเหรียญสหรัฐ และให้เครดิต 1 ปี จ่ายเงินเป็นเหรียญสหรัฐ เดือน มี.ค.ปีหน้า ซึ่งก็คือปี 2541 ลูกชายผมตอบตกลงทันทีเพราะได้ราคาและเงื่อนไขดีมาก ให้นำเครื่องจักรมาใช้ก่อน แต่จ่ายเงินทีหลังตั้งหนึ่งปี

พอวันที่ 1 ก.ค. 2540 รัฐบาลประกาศลอยตัวค่าเงินบาท เพราะไม่มีเงินสกุลต่างประเทศเหลืออยู่ในคลังของประเทศแล้ว ลูกชายผมเริ่มใจเสีย เพราะเมื่อถึงกำหนดชำระค่าเครื่องจักร ไม่รู้จะต้องจ่ายแพงขึ้นกี่ล้านบาท ราคาเครื่องจักร 1.25 แสนเหรียญสหรัฐ คูณด้วยค่าเงินบาทเมื่อวันตกลงซื้อขาย 27 บาท ก็เท่ากับ 3.375 ล้านบาท ถ้าเงินบาทด้อยค่าลง 10 บาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 1.25 ล้านบาท ถ้าลดลง 20 บาท/เหรียญสหรัฐ ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 2.5 ล้านบาท สรุปก่อนลดค่าเงินบาท ราคา 3.375 ล้านบาท หลังลดค่าเงินบาทจ่ายจริง 6.125 ล้านบาท ต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่ม 2.75 ล้านบาท ลมแทบจับ โชคดีที่มีเงินจ่าย ถ้าไม่มีก็คิดกันเอาเองก็แล้วกัน…จะเกิดอะไรขึ้น

พอเงินไหลกลับหมดอย่างรวดเร็ว ดัชนีตลาดหลักทรัพย์พุ่งตกเหลือ 200 กว่าจุดเท่านั้น บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ยังล้มไปเกือบหมด 50 กว่าแห่ง ธนาคารใหญ่ๆ ต่างแย่ไปตามๆ กัน บริษัทร่วมทุนที่กู้เงินจากต่างประเทศมาลงทุนก็เหนื่อย บางบริษัทต้องเพิ่มทุนเพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ บริษัทของผมก็โดนไปเหมือนกัน ทั้งเรื่องการกู้เงินจากต่างประเทศ และยอดขายในประเทศที่ตกลงมากกว่า 50% แต่โชคดีมีเงินออมอยู่มากพอ

ปี 2540 (ค.ศ. 1997) จนถึงปี 2545 (ค.ศ. 2002) หนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ เมื่อแปลงเป็นเงินบาท มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เงินต้นจ่ายเพิ่มเท่าตัว ดอกเบี้ยก็จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แถมดอกเบี้ยเงินกู้จาก 10% เพิ่มขึ้นเป็น 20% ยอดขายของธุรกิจตกลงมากกว่า 50% ลูกหนี้ไม่มีเงินจ่าย ซ้ำร้ายต้องจ่ายเงินต้นภายใน 3 เดือน คนไทยจำนวนไม่น้อยตกอยู่ในภาวะสิ้นไร้ไม้ตอกแบบนี้ “ไม่เจ๊งครั้งนี้แล้วจะไปเจ๊งครั้งไหน”

ช่วงปลายปี 2540 โรงงานที่เทพารักษ์ของผม ต้องยกเลิกสัญญาจ้างกับบริษัทจัดหาคนงานทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ 60 คน หรือประมาณ 15% ของพนักงานทั้งหมด ซึ่งในการเลิกจ้างนี้ บริษัทต้องจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมาย โชคดีที่ยังมีเงินออมจึงสามารถจ่ายได้ ช่วงนี้แทบทุกบริษัทปลดพนักงานออก ซึ่งบางบริษัทมีเงินจ่ายชดเชยให้ลูกจ้างที่ถูกปลด แต่หลายบริษัทไม่มีเงินจ่ายชดเชยให้ เมืองไทยยังโชคดีที่ยังกลับไปทำไร่ทำนาได้ ตกปลาหาผักกินได้ อากาศไม่หนาวจัด หากเป็นเมืองหนาวมีแต่หิมะไม่มีอะไรกิน จะทำอย่างไร

ในวันที่เลิกสัญญาผมไปพูดคุยให้กำลังใจพนักงาน “ชีวิตผมเคยลำบากมากกว่าครั้งนี้มาก ถึงขั้นอดตายไม่มีอะไรจะกิน เมืองไทยยังมีข้าวปลาอาหาร ถ้าไม่ขี้เกียจ ขยันหาผักหาปลาก็มีกินทุกมื้อ ขอให้ทุกคนเป็นคนดี มีความอดทน ประหยัด หนักเอาเบาสู้ เดี๋ยวทุกอย่างจะดีเอง ทำเหตุให้ดี ไม่ต้องถามถึงผล ขอให้ทุกคนโชคดี”

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน