
ตำรวจประชุมร่วมดีเอสไอมั่นใจพระธัมมชโยอยู่ในวัด
ตำรวจประชุมร่วมดีเอสไอหาทางจับพระธัมมชโยเชื่อยังอยู่ในวัดพระธรรมกาย ขู่ลูกศิษย์ใครขวางเจออาญา ส่วนจะได้ประกันตัวหรือไม่อยู่ที่ดุลยพินิจอัยการ
ตำรวจประชุมร่วมดีเอสไอหาทางจับพระธัมมชโยเชื่อยังอยู่ในวัดพระธรรมกาย ขู่ลูกศิษย์ใครขวางเจออาญา ส่วนจะได้ประกันตัวหรือไม่อยู่ที่ดุลยพินิจอัยการ
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ร่วมประชุมกับพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางดำเนินการกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า วันนี้ประชุมกันเรื่องแผนการเข้าตรวจค้นจับกุมการยื่นคำร้องต่อขอศาลเพื่อออกหมายค้นเป็นเรื่องของดีเอสไอ ว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมายที่ผ่านมาไม่เป็นการคว้าน้ำเหลว ครั้งที่แล้วที่ เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นไม่เจอตัว ก็คือไม่เจอเข้าใจว่าคงไม่ถึงตัวกุฏิของพระธัมมชโยและเห็นว่า การเข้าไปถึงกุฏินั้นมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะทำอย่างไรให้ไม่เกิดความเสียหายนั้นคือเรื่องยากกว่า
ส่วนที่ทางวัดพระธรรมกายนำมวลชนมาปิดหน้าปากทางเข้าวัด กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่า ถ้าศาลอนุมัติหมายค้นถ้าใครขัดขวางจะต้องถูกดำเนินคดีฐานขัดขวางเจ้าพนักงานส่วนสำนวนก็เดินไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่มีตัวผู้ต้องหาก็ฟ้องได้ ยืนยันว่า 80 เปอร์เซ็นต์พระธัมมชโยยังอยู่ในวัด อีก 20 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่มีใครพบเห็นแต่หากการเข้าไปค้นแล้วไม่เจอก็จะทำการบันทึกว่าหลบหนี หลังจากนั้นก็จัดชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมตัว สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการต่อไป
ถามว่าตอนนี้ถือว่าหมดเวลาในการมอบตัวหรือยังหากตัวพระธัมมชโยจะเข้ามอบตัว พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่าไม่มีหมด เวลาในประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาอาญา อีกตั้ง 15 ปี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีท่าทีว่าตัวพระธัมมชโยจะเข้ามอบตัว ส่วนประเด็นที่ทางวัดพระธรรมการกังวลเรื่องการเข้ามอบตัวแล้วจะไม่ได้รับการประกันตัวนั้น สำหรับทางตำรวจก็ว่าตาม พ.ร.บ.สงฆ์ ปี 2505 มาตรา 29 คือถ้ามีความเห็นไม่ให้ประกันตัวก็ต้องทำการสึก
ส่วนจะมีความเห็นให้ประกันตัวหรือไม่ก็ตามป.วิอาญาว่า มีพฤติกรรมจะหลบหนีหรือไม่ จะไปทำลายพยานหลักฐานหรือไม่ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายและระเบียบ สำหรับการประกันตัวนั้น ในส่วนสำนวนของดีเอสไอนั้นขึ้นอยู่กับทางฝั่งดีเอสไอ ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นยังขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนอยู่ ซึ่งหากมีการให้ประกันตัวนั้น หลักทรัพย์ในการประกันตัวในส่วนของตำรวจประมาณ 1 แสนบาท ในแต่ละคดี
ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า การจะขอหมายค้นนั้นต้องรอดูความพร้อมของทุกหน่วย ส่วนจะยืนยันได้หรือไม่ว่าตัวผู้ต้องหายังอยู่ในวัดหรือไม่นั้น ในส่วนของดีเอสไอนั้นข้อมูลนั้นสอดคล้องกับทางที่ทางรอง ผบ.ตร. ได้กล่าวไว้ ส่วนจะเริ่มปฎิบัติการเมื่อไหร่นั้น ทุกอย่างทางดีเอสไอ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องมีการประเมินสถานการณ์ร่วมกัน ซึ่งเราพยายามให้ตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าเกิดว่าท่านเข้ามอบตัวตั้งแต่แรกคือวันที่เข้าไปตรวจค้นก็ไม่พบตัว จนถึงวันนี้ท่านไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเราจึงต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนจะได้ตัวหรือไม่มันมีขั้นตอนตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งการปฎิบัติการครั้งนี้เราได้เชิญสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีร่วมปฎิบัติการด้วยก็ให้ความร่วมมือด้วยเป็นอย่างดี ทั้งนี้ หากจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในส่วนสำนวนคดีของดีเอสไอ ดุลพินิจในการประกันตัวจะอยู่ที่อัยการ เนื่องจากคดีนี้สำนวนได้ส่งให้อัยการและอัยการมีคำสั่งฟ้องแล้ว ดีเอสไอมีหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ
เมื่อถามว่าคดีนี้นอกจากใช้กฎหมายอาญาออกหมายค้นและหมายจับแล้วจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษอย่าง ม.44 เข้ามาช่วยหรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ยังไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้ และก็ยังไม่ได้มีการประเมินว่าจะมีการนำกฎหมาย ม.44 มาบังคับใช้ ส่วนจะมีการขอกำลังทหารมาร่วมปฎิบัติการด้วยหรือไม่นั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ในการประชุม ในส่วนความพร้อมในการเข้าจับกุมนั้นทางดีเอสไอมีการทำแผนการปฎิบัติกันมาตั้งแต่แรกแล้ว คือการจะดำเนินการตามกฎหมายมันมีทั้งขั้นตอนกฎหมายและการประเมินสถานการณ์ซึ่งจะต้องสอดคล้องกันทั้ง 2 อย่าง ส่วนรายละเอียดของแผนในครั้งนี้ขออนุญาตไม่เปิดเผย







