
บิ๊กป้อมเร่งจัดการเว็บหมิ่น
รองนายกฯ ยันไม่ได้นิ่งนอนใจตรวจสอบบีบีซีไทย สั่งเจ้าหน้าที่เร่งเอาผิด จี้กระทรวงการต่างประเทศสร้างความเข้าใจสื่อต่างชาติ
รองนายกฯ ยันไม่ได้นิ่งนอนใจตรวจสอบบีบีซีไทย สั่งเจ้าหน้าที่เร่งเอาผิด จี้กระทรวงการต่างประเทศสร้างความเข้าใจสื่อต่างชาติ
เว็บไซต์บีบีซีไทยรายงานข่าว เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ว่าสื่อทั่วโลก ได้แก่ รอยเตอร์สของอังกฤษ เอพีของอเมริกา และเอเอฟพีของฝรั่งเศส พร้อมใจเสนอข่าวรัฐบาลไทยเตรียมดำเนินคดีบีบีซีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี และองค์รัชทายาท ภายหลังตีพิมพ์รายงานพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ใหม่ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา
บีบีซีไทย ระบุว่า สำนักข่าวรอยเตอร์สอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในการพิจารณาดำเนินคดีกับบีบีซีไทย และให้ปูมหลังว่านับตั้งแต่ที่เข้าบริหารประเทศ คณะรัฐประหารชุดนี้มุ่งมั่นจะดำเนินคดีกับผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบัน ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนนานาชาติระบุว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีความกำกวม เปิดช่องให้ตีความได้มาก และมีโทษที่รุนแรงเกินไป
ด้านโฆษกของบีบีซีซึ่งไม่ระบุนามชี้แจงผ่านเว็บไซต์บีบีซีไทยว่า การก่อตั้งบีบีซีไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข่าวสารอย่างไม่เลือกข้าง มีความเป็นอิสระ และถูกต้อง ในประเทศที่สื่อมวลชนต้องเผชิญกับข้อจำกัด และมั่นใจว่าบทความชิ้นนี้ไม่มีสิ่งใดที่ขัดต่อหลักปฏิบัติในการเสนอข่าวบีบีซี
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ไปแล้วให้ดำเนินการกับการรายงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งทำให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้นต้องเอาผิดในทุกเรื่องทุกคนไม่ละเว้น
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า หากสื่อใดมีการนำเสนอเนื้อหาในลักษณะสร้างความเกลียดชัง ความเสื่อมเสีย หรือกระทำผิดกฎหมาย จะมีทีมงานเข้าไปจัดการ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการตรวจสอบ และจะส่งคำร้องเมื่อพบการโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมไปยังผู้ให้บริการสื่อโซเชียลต่างๆ ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพราะรัฐบาลกำลังดำเนินการเรื่องเหล่านี้อยู่
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า การนำเสนอข่าวของเว็บไซต์บีบีซี ประเทศไทย ที่พาดพิงสถาบันเป็นตัวอย่างหนึ่งของคนที่มีความคิดแตกต่าง รัฐบาลพยายามทำความเข้าใจกับเขาและให้เกียรติสื่อมวลชน แต่เมื่อข้อความที่นำเสนอแล้วส่งผลกระทบ กระทรวงการต่างประเทศ ก็ต้องดำเนินการสร้างความเข้าใจ โดยอาศัยความร่วมมือจากสื่อของไทย เช่น จากกรมประชาสัมพันธ์ แต่หากพบว่ามีเรื่องของมือที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องก็ต้องแยกออกมา
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า คนที่พยายามเคลื่อนไหวผิดกฎหมายเมื่อถูกปิดกั้นก็จะย้ายไปใช้สื่อช่องทางอื่น ซึ่งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงดีอี คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจสากล อัยการสูงสุด ได้ร่วมมือกันเพื่อจัดการเรื่องนี้







