posttoday
การประชุม COP22 โลกที่ไม่เหมือนเดิม (จบ)

การประชุม COP22 โลกที่ไม่เหมือนเดิม (จบ)

09 ธันวาคม 2559

แม้ว่าในความตกลงปารีสไม่ได้มีข้อบัญญัติเรื่องบทลงโทษใดๆ ไว้ อย่างไรก็ดี กลไกในภาพรวมที่ออกแบบไว้จะมีผลกระตุ้น ส่งเสริม และสร้างแรงผลักดันให้ประเทศภาคีดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของความตกลงปารีส กลไกดังกล่าว ได้แก่ (หนึ่ง) การทบทวนและเสนอ NDCs ทุก 5 ปี โดยเป้าหมายที่เสนอใหม่ต้องมีความก้าวหน้าและสะท้อนความพยายามในระดับสูงสุด (สอง) การนำเสนอรายงานติดตามประเมินผลการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวอย่างโปร่งใส

แม้ว่าในความตกลงปารีสไม่ได้มีข้อบัญญัติเรื่องบทลงโทษใดๆ ไว้ อย่างไรก็ดี กลไกในภาพรวมที่ออกแบบไว้จะมีผลกระตุ้น ส่งเสริม และสร้างแรงผลักดันให้ประเทศภาคีดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของความตกลงปารีส กลไกดังกล่าว ได้แก่ (หนึ่ง) การทบทวนและเสนอ NDCs ทุก 5 ปี โดยเป้าหมายที่เสนอใหม่ต้องมีความก้าวหน้าและสะท้อนความพยายามในระดับสูงสุด (สอง) การนำเสนอรายงานติดตามประเมินผลการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวอย่างโปร่งใส

(สาม) การกำหนดมาตรการดำเนินงานภายในประเทศภาคี (สี่) การประเมินสถานการณ์ดำเนินงานระดับโลก (Global Stocktake) ทุก 5 ปี  (ห้า) การจัดทำรายงานทางวิทยาศาสตร์ของ IPCC  จากการเจรจาที่ผ่านมา รายงานของ IPCC  ที่ออกมาในช่วงปี 2007  คือ IPCC Fourth Assessment Report มีผลสำคัญต่อการนำไปสู่มติการประชุม COP13 ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย ที่กำหนดให้มีการจัดทำ Bali Roadmap และข้อเรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนามีส่วนร่วมรับผิดชอบมากขึ้นต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจะกำหนดมาตรการทางการค้าที่เชื่อมโยงกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากยิ่งขึ้น มาตรการเหล่านั้นจะส่งผ่านมาถึงประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นคู่ค้าในที่สุด

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดข้อห่วงกังวลเรื่องผลกระทบต่อการปฏิบัติตามความตกลงปารีส ผู้เขียนเห็นว่านอกจากนโยบายในช่วงรณรงค์หาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์แล้ว ยังไม่เห็นปัจจัยเพิ่มเติมอื่นๆ ที่จะทำให้สหรัฐถอนตัวจากความตกลงปารีส ในขณะนี้สหรัฐเป็นภาคีสมาชิกของความตกลงปารีสอย่างสมบูรณ์ รัฐบาลของ บารัก โอบามา ได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2559 สถานะต่อความตกลงปารีสของสหรัฐจึงแตกต่างไปจากกรณีพิธีสารเกียวโต

ในกรณีนั้นรัฐบาล บิล คลินตันเพียงแต่ให้การรับรอง (adopted) พิธีสารเกียวโตแต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน เนื่องจากมีมติของวุฒิสภาสหรัฐที่ออกมาในเดือน มิ.ย. 2540 กำหนดว่าห้ามมิให้สหรัฐเป็นภาคีสมาชิกของความตกลงด้านโลกร้อนที่มิได้มีผลบังคับกับทุกประเทศ เมื่อพิธีสารเกียวโตได้ข้อยุติออกมาในเดือน ธ.ค. 2540 โดยมีเนื้อหาบังคับการลดก๊าซของประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น

รัฐบาลคลินตัน (รวมถึงรัฐบาลยุคต่อมา) จึงไม่สามารถเข้าร่วมเป็นภาคีพิธีสารเกียวโตได้ เมื่อเปลี่ยนจากประธานาธิบดีคลินตันมาถึง จอร์จ ดับเบิลยู บุช รัฐบาลบุชจึงได้ประกาศถอนตัวจากพิธีสารเกียวโต นอกจากนี้ หากพิจารณาในแง่เนื้อหาของความตกลงปารีสก็ไม่ได้เป็นปัจจัยที่กระทบต่อสหรัฐ เนื่องจากไม่ได้มีข้อบัญญัติเรื่องการลงโทษต่อภาคีสมาชิก และยังกำหนดให้ประเทศภาคีเป็นผู้กำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก และเป้าหมาย NDC ของตนเอง เป็นเนื้อหาที่สอดคล้องกับกฎหมายภายในของสหรัฐ

สำหรับประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2559 มีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก 20-25% จากระดับการปล่อยปกติ โดยจะดำเนินการให้ได้ภายในช่วงปี 2563-2573 การปฏิบัติให้เป็นไปตามเป้าหมายการลดก๊าซที่ได้ประกาศไว้นี้ไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากเป็นเป้าหมายที่ประเมินและกำหนดจากแผนการดำเนินงานที่มีอยู่แล้ว เช่น แผนพลังงานทางเลือก แผนเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน แผนการก่อสร้างรถไฟฟ้า เป็นต้น

ข้อสำคัญที่ควรตระหนักและเตรียมความพร้อมตั้งแต่ในเวลานี้ คือ การทบทวนและเสนอเป้าหมายใหม่ของการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปี 2563 และต้องทำทุกๆ 5 ปี ตามที่กำหนดไว้ในความตกลงปารีส โดยจะต้องมีค่าเป้าหมายที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าและความพยายามสูงที่สุดในการลดก๊าซ

ดังนั้น หากมีโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สูงเพิ่มขึ้นในเวลานี้โดยขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบ จะส่งผลและเป็นภาระสำหรับการกำหนดเป้าหมายลดก๊าซในอนาคต

การจัดการแก้ไขปัญหาวิกฤตโลกร้อนเป็นภารกิจร่วมกันของประชาคมโลกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นปัจจัยและเงื่อนไขสำคัญต่อการค้าขายระหว่างประเทศ การรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ฯลฯ การดำเนินงานเรื่องโลกร้อนจึงไม่ใช่เป็นเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมแต่เพียงด้านเดียว แต่มีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในอีกหลายมิติ เกิดผลประโยชน์ร่วมแบบที่เรียกว่า Multiple Benefits

ความตกลงปารีสที่เกิดขึ้นในปลายปี 2558 เป็นจุดเปลี่ยนที่ส่งสัญญาณต่อการเปลี่ยนแปลงทิศทางการพัฒนาของโลก อีก 2 ปีข้างหน้าเมื่อจัดทำ Paris Rulebook ได้ผลสำเร็จในปี 2561 จะเป็นจุดเปลี่ยนอีกขั้นหนึ่งของการขับเคลื่อนปฏิบัติตามความตกลงปารีสอย่างเข้มข้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท