
สปส.ปรับฐานเงินสมทบกลางปี 60
เลขา สปส. เผย เตรียมปรับเพดานจัดเก็บเงินสมทบกลางปี 60 แน่นอน ยึดประเมินตามความเหมาะสมของสภาพการณ์ปัจจุบัน เชื่อผู้ประกันตนจะได้ประโยชน์
เลขา สปส. เผย เตรียมปรับเพดานจัดเก็บเงินสมทบกลางปี 60 แน่นอน ยึดประเมินตามความเหมาะสมของสภาพการณ์ปัจจุบัน เชื่อผู้ประกันตนจะได้ประโยชน์
เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า การปรับฐานเพดานการคำนวณเงินสมทบใหม่ในอัตราร้อยละ 5 ของฐานเงินเดือน จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนช่วงกลางปี 2560 แน่นอน เนื่องจากปัจจุบันเพดานสูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นผู้ประกันตนว่ามีความคิดเห็นอย่างไรที่ สปส.จะขยายเพดานจัดเก็บเงินสมทบให้สูงถึง 20,000 บาท เพื่อเสถียรภาพของกองทุน สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน
“จะปรับตามที่เสนอคือ 2 หมื่นบาท และอีก 4-5 ปีต้องมาทบทวนกันใหม่ ซึ่งความชัดเจนเรื่องนี้ภายในเดือน เม.ย.-พ.ค.60 จะต้องแก้ไขกฎหมายลูก ใน พ.ร.บ.ประกันสังคม จากนั้นจะต้องนำไปกำหนดในกระทรวงทรวง ซึ่งกลางปี 2560 ก็จะใช้ได้อย่างแน่นนอน” เลขา สปส. กล่าว
ทั้งนี้ยืนยันว่า การปรับฐานในครั้งนี้จะส่งผลดีกับผู้ประกันตนที่อยู่ในระบบประกันสังคมที่มีฐานเงินเดือนเกินกว่า 15,000 บาท ในเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเพิ่มขึ้น เพราะฐานการคำนวณเงินสมทบเพิ่มขึ้น เช่น การรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ปัจจุบัน สำหรับผู้ถูกเลิกจ้างจะได้ในอัตราร้อยละ 50 ของ 15,000 บาท คือ 7,500 บาท เมื่อปรับเป็น 20,000 บาท ก็จะได้เงินว่างงานเพิ่มขึ้นถึง 10,000 บาท
สำหรับการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนใน 3 พื้นที่ คือ อุดรธานี เชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) พบว่าผู้ประกันตนส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ผู้ประกอบการบางส่วนยังมีข้อกังวล เรื่องภาระรายจ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้นบาง แต่การรับฟังความคิดเห็นยังเหลืออีก 2 ครั้ง คือ วันนี้ (9ธ.ค.) ที่จังหวัดชลบุรี และภาคใต้ที่อยู่ระหว่างการกำหนดวันเวลาและสถานที่
นายสุรเดช กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีผู้ประกันตนที่มีเงินเดือนเกิน 15,000 บาท อยู่ประมาณประมาณ 2 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของจำนวนผู้ประกันตนทั้งหมด ที่จะต้องส่งเงินสมทบเพิ่มขึ้น หากการปรับเงินสมทบมีผลบังคับใช้ และในอนาคตภายหลังใช้เพดานใหม่จะต้องมีการพิจารณาทบทวนอัตราเงินสมทบว่าเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันหรือไม่







