
สังคมโพสต์ทูเดย์
โดย...นายโรงเล่า
โดย...นายโรงเล่า
ครบถ้วนทุกข้อมูล รู้ทุกเรื่องราว ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องลึก “โพสต์ทูเดย์” ทุกวัน ทันทุกเหตุการณ์...
...ลมหนาวเริ่มมาเยือนระลอกแรกแบบเบาบาง พร้อมๆ กับคำทำนายของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า จะมีระลอก “ฉับพลัน” ในกลางสัปดาห์หน้า เพื่อให้ทุกฝ่ายเตรียมรับมือ ทั้งธุรกิจการค้า การเตรียมพร้อมเรื่องร่างกายและสุขภาพ รวมทั้ง หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในการ “สู้ภัยหนาว”...
...มีเรื่องราวความเดือดเนื้อร้อนใจของผู้ประกอบการค้าชายแดนไทย โดยเฉพาะทางด้านชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ภาวะการค้า “ซบเซา” เดี๋ยว “เฟื่องฟู” สลับกันไปมา ไม่ใช่เพราะว่า ไม่มีกำลังซื้อจากเพื่อนบ้าน หรือไม่มีการสั่งสินค้าของไทย แต่อยู่ที่ “ระบบ” ที่ยุ่งยาก และการไม่อำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ที่ยัง “ยึดติด” กับประเพณีการค้าเก่าๆ ในขณะที่โลกไร้พรมแดน การค้าของประเทศเพื่อนบ้าน ก้าวไกลขยายไปสู่ประเทศที่สามและเชื่อมโยงกันไปหมด ดังนั้น ภารกิจที่ต้องใช้งบประมาณรัฐอยู่เนืองๆ ก็คือ “การจัดสัมมนา” การจัดอบรม การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ แต่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ขยับให้ “ทันต่อเหตุการณ์” การจัดสัมมนาและอบรมทั้งหลายเหล่านั้น ก็มีแต่จะ “สิ้นเปลืองงบหลวง”...
...การแต่งตั้งข้าราชการที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไปประจำการ ทั้งทหาร ตำรวจ ศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง จึงจำเป็นที่จะต้องมี “วิสัยทัศน์” ที่กว้างไกล ปรับตัวให้ทันต่อเหตุการณ์การค้าของโลก และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง และ “ยืดหยุ่น” ที่สำคัญ หน่วยงานด้านความมั่นคง ก็ต้องคำนึงถึง “การสร้างสานสัมพันธ์ที่ดี” กับผู้นำท้องถิ่นของเพื่อนบ้าน มิใช่ “ไปข่มเหง” หรือกระทำการ “เหนือกว่า” ตราบใดการค้ายังเฟื่องฟู คนที่ได้ประโยชน์ก็คือ ประชาชนทั้งสองประเทศ และผลประโยชน์ของสองประเทศ...
...พ้นจากปัญหาชายแดน ก็มาถึงเรื่องแม่น้ำนานาชาติอย่าง “แม่น้ำโขง” ที่มีปัญหาต่อเนื่อง ล่าสุดก็คือ จีนเตรียมระเบิดแก่งที่กีดขวางการเดินเรือ และเพื่อที่จะขยายร่องน้ำให้เรือสินค้าขนาด 500 ตัน วิ่งขึ้นลงได้จากจีนตอนใต้จนถึงหลวงพระบาง ผลประโยชน์ทั้งหลาย จีนได้ไปเต็มๆ ร้อย แต่ประเทศที่ร่วมใช้น้ำโขง ก็ต้อง “รู้ทัน” และใช้ประโยชน์ที่เกิดขึ้นสู่ประเทศอย่างชาญฉลาด...
...วันนี้ จีนมีเขื่อนที่สามารถบังคับจำนวนน้ำที่ระบายออกเพื่อให้น้ำโขง น้ำขึ้นก็ได้ น้ำลงก็ได้ กลไกดังกล่าวนี้ ยากที่ประเทศใต้น้ำโขงจะต่อต้าน นอกจากจะใช้ประโยชน์จากความเจริญและกลไกตรงนี้อย่างไรให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ บรรดานักเคลื่อนไหวเพื่อระบบนิเวศ มีสภาพเป็น “พลังที่อ่อนแอ” จึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เต็มที่และมีผล รัฐบาลแต่ละประเทศจึงต้องเรียนรู้กลไกที่จะไม่ให้ประเทศ “เสียเปรียบ” รวมทั้งรัฐบาล คสช.ที่ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในเรื่องแม่น้ำโขงและความเจริญที่เกิดขึ้น...
...ใกล้เวลาที่จะมีการ “ปรับ ครม.” เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงจะ “คัดสรร” บุคคลให้เหมาะสมกับงานและความสามารถที่จะทำให้เศรษฐกิจรากหญ้า “กระเตื้อง” ขึ้นมา เพราะไหนๆ ความมั่นคงทางการเมืองและรัฐบาลก็ “แน่นปึ้ก” เพียงพอแล้ว







