posttoday
ดร.สุเมธยกSCGธุรกิจต้นแบบพอเพียง

ดร.สุเมธยกSCGธุรกิจต้นแบบพอเพียง

08 ธันวาคม 2559

ดร.สุเมธชี้เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ให้ทำตัวจนแต่ต้องสามารถอยู่ได้และรวยได้อย่างยั่งยืน ยก SCG เป็นธุรกิจต้นแบบของพอเพียง

ดร.สุเมธชี้เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ให้ทำตัวจนแต่ต้องสามารถอยู่ได้และรวยได้อย่างยั่งยืน ยก SCG เป็นธุรกิจต้นแบบของพอเพียง

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวปาฐกถาในงานเสวนาพิเศษเพื่อสืบสานพระราชปณิธานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง “SCG ธุรกิจพอเพียง” ว่า พระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเกิดขึ้นหลังจาก วิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 แต่ในความเป็นจริงเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมาธุรกิจของ SCG หรือปูนซีเมนต์ไทย ก็ล้มเหลวไม่ต่างกับธุรกิจอื่นๆ จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญในครั้งนั้นที่จะนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เนื่องมาจากโลกจะมีความขาดแคลนเพิ่มมากขึ้นไม่ใช่การแย่งชิงน้ำมันแต่จะมีการแย่งชิงน้ำกันเกิดขึ้น เพราะน้ำเป็นต้นกำเนิดของทุกอย่าง การดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ควรคิดที่จะกอบโกยกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงความอยู่รอดของโลกให้มากขึ้นด้วย

ดร.สุเมธ กล่าวต่อว่า การพระราชทานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้นคือการพระราชทานธรรมะที่ไม่ได้ให้นำมาใช้ในแวดวงการเกษตรเพียงประการเดียวเท่านั้น แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ในทุกๆด้าน ในหลวงไม่เคยสอนให้ประชาชนจนแต่เป็นการให้ธรรมะกับทุกคนที่สามารถนำไปใช้ได้ในทุกสาขาอาชีพ ดังนั้นกระบวนการคิดจึงมีความสำคัญ โดยให้เน้นหลัก 3 ประการ คือ ประการแรกให้ประมาณตนเพื่อหาความพอดีของตนเอง วางตำแหน่งตัวเองให้ได้ว่าอยู่ตรงไหน อย่างในกรณีของ SCG ก็เช่นกัน หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ก็ต้องพิจารณาถึงตนเองใหม่ จากนั้นจึงดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ในประการที่ 2 คือ การเดินไปข้างหน้าโดยใช้เหตุผลนำทาง เนื่องมาจากการทำอะไรควรทำด้วยเหตุและด้วยผล ซึ่งหลังจากปี 2540 SCG ก็เดินหน้าทำธุรกิจต่อโดยพิจารณาจากธุรกิจที่ตัวเองถนัดที่สุด ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีธุรกิจประเภทอื่นๆอีกจำนวนมากๆกว่า 200 บริษัท ซึ่งในที่สุดก็พิจารณาเหลือ ธุรกิจเกี่ยวกับปูนและวัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี และกระดาษ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่ทำ นี่คือการเดินทางสายกลางที่ปรับไปตามสภาพแวดล้อม ในที่สุด 18 เดือนต่อมา SCG จากที่เป็นหนี้อยู่ 58,000 ล้านบาทหนี้ทั้งหมดก็หายไป โดยที่มีบริษัทในเครือเหลืออยู่เพียง 100 กว่าบริษัทเท่านั้น ประการที่ 3 ประการสุดท้ายคือ อย่าประมาท เพราะพรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่รู้

"ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่การบริหารหลักความคิดเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดอย่าให้กิเลสเป็นเครื่องนำทาง ต้องรอบรู้รอบคอบ และต้องให้ทันโลกที่สำคัญคือไม่โกง ขอให้มีธรรมาภิบาล เศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่ใช่ให้จนและอยู่ให้ได้รวยได้อย่างยั่งยืน"ดร.สุเมธ กล่าว

ด้าน นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG  กล่าวว่า หลังวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้ SCG เอาเรื่องการบริหารความเสี่ยงมาใช้โดยมีการประเมินตัวเองตลอดเวลา ปัจจุบันเราให้ความสนใจเรื่องของการส่งออกโดยธุรกิจตอนนี้ 60% คือธุรกิจในประเทศไทย ส่วนอีก 40% เป็นธุรกิจในต่างประเทศ การขยายการลงทุนทุกวันนี้เราคำนึงถึงสองปัจจัยเป็นสำคัญ คือ เงิน และทรัพยากรมนุษย์ ธุรกิจที่ทำจะต้องเป็นธุรกิจที่มีความรู้ ไม่ใช่ธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน การลงทุนในต่างประเทศก็จะเริ่มจากการส่งสินค้าไปขายก่อนเพื่อสร้างระบบการจัดจำหน่าย และดูพฤติกรรามของลูกค้า เมื่อมั่นใจแล้วว่าธุรกิจนั้นทำได้ถึงจะเริ่มเข้าไปลงทุนในประเทศนั้นๆ ซึ่งสอดคล้องกับการนำแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท