posttoday
พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและสตรี

พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและสตรี

08 ธันวาคม 2559

โดย...ภุมรัตน  ทักษาดิพงศ์

โดย...ภุมรัตน  ทักษาดิพงศ์

ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาสและบางส่วนของ จ.สงขลา ไม่เคยหยุด กลุ่มก่อเหตุรุนแรงยังคงกระทำการอันเหี้ยมโหดทารุณ ไร้มนุษยธรรมต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีทางสู้รบปรบมือได้อย่างไม่หยุดหย่อน เมื่อต้นปี 2559 เด็กถูกระเบิดเสียชีวิตที่สถานีรถไฟจะนะ จ.สงขลา ต่อมาเดือนพ.ย. 2559 ผู้หญิงถูกระเบิดตายและบาดเจ็บสาหัสขณะกำลังจ่ายตลาดและซื้อของอยู่ข้างถนน เด็กได้รับบาดเจ็บอาจตาบอดทั้งสองข้าง

ล่าสุด เหยื่อเป็นผู้หญิงที่ครรภ์แก่ใกล้คลอดตกเป็นเหยื่อของผู้ก่อการร้าย ถือว่าเป็นเรื่องที่สะเทือนใจประชาชนทุกเชื้อชาติศาสนามากที่สุด แต่แทบไม่มีองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งภาครัฐและเอกชน เอ็นจีโอไทยและต่างประเทศ องค์กรสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ออกมาประณามการกระทำซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างชัดแจ้ง หรือว่าพวกเขากำลังวุ่นอยู่กับการนำเอารายงานของฝรั่งเรื่องการทรมานมาฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐ จนไม่ใส่ใจต่อการที่ผู้หญิงครรภ์แก่คนหนึ่งเสียชีวิตจากกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่

พลเรือนผู้บริสุทธิ์เหล่านี้เป็น“เป้าหมายอ่อน” ที่ผู้ก่อเหตุร้ายไล่ฆ่า ไล่ทำร้าย โดยไม่เลือกหน้าไม่ว่าจะเป็นหญิง ชายแก่ หรือเด็ก ครูหรือนักเรียน นักบวช หรือฆราวาส พลเรือนเหล่านี้ไม่มีทางป้องกันตนเองได้จากการกระทำของผู้ก่อการร้าย แทนที่จะมุ่งโจมตี “เป้าหมายแข็ง” เช่น ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐติดอาวุธเป็นสำคัญ เพราะเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อแต่อาจโดนสวนกลับ จึงโจมตีพลเรือนซึ่งเป็นของตายดีกว่า เพื่อสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนยอมร่วมมือสถิติที่กลุ่มก่อการร้ายกระทำต่อเป้าหมายอ่อนกับ เป้าหมายแข็งมีสัดส่วนพอๆ กันคือ 49 และ 51

การโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์ถือว่าเป็นข้อห้ามในยามสงครามซึ่งได้รับการปฏิบัติโดยประเทศคู่ขัดแย้ง แต่กฎนี้ใช้ไม่ได้กับการก่อการร้ายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งเราได้ข่าวอยู่เสมอว่าพลเรือนผู้บริสุทธิ์ในประเทศที่มีการขัดแย้งตกเป็นเป้าหมายการเข่นฆ่าของกลุ่มก่อการร้ายจนตาย บาดเจ็บพิการมากมาย การฆ่าคนบริสุทธิ์ถือว่าเลวสุดๆ ครั้งนี้ มันฆ่าเด็ก ผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงท้องแก่ใกล้จะคลอด เราไม่รู้ว่าจะหาคำพูดใดๆ มาประณามโจรพวกนี้ที่จิตใจโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ทั้งที่พวกมันควรไปสู้กับทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ซึ่งมีอาวุธพอฟัดพอเหวี่ยงกันแต่มันมาเล่นงานกับคนที่ไม่มีทางสู้ โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กซึ่งไม่รู้ว่าจะมีอีกกี่สิบคนที่จะตกเป็นเหยื่อของระเบิด การลอบยิง การก่อกวน ฯลฯ ของมันในอนาคต

ผู้หญิงคนหนึ่งที่ทะนุถนอมครรภ์เพื่อรอชีวิตใหม่ที่จะเกิดมาในไม่ช้า เป็นความภาคภูมิใจของคนคู่หนึ่งที่กำลังจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์ เด็กน้อยคนหนึ่งกำลังจะลืมตาสู่โลกนี้ แต่ทุกอย่างดับสูญไปหมด ไม่ใช่เพียงสามีที่กำลังจะเป็นพ่อคน พ่อแม่ญาติพี่น้องที่กำลังรอการกลับของเธอคนนี้ แต่ข่าวที่ได้รับกลับเป็นความเสียใจอย่างใหญ่หลวง หากคนร้ายเจอสภาพแบบนี้เข้าบ้างพวกมันจะรู้สึกอย่างไร หรือมันไม่มีชีวิตจิตใจของความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ก็ได้ นี่คงเป็นไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้น ตราบใดที่คนพวกนี้ยังมีชีวิตอยู่และไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมโหดเหี้ยมชั่วร้ายเช่นนี้

สถิติการก่อการร้ายในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา (ปี 2547-2558) จากแหล่งต่างๆ ไม่ค่อยตรงกันนัก แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากสถิติของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ถือว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุดแหล่งหนึ่ง มีการก่อการร้าย 15,374 เหตุการณ์ เฉลี่ยปีละ 1,281 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 6,543 คน เฉลี่ยปีละ 545 คน บาดเจ็บ 11,919 คน เฉลี่ยปีละ 993 คน/ปี ในจำนวนเหยื่อเหล่านี้มีทั้งเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ด้วยจำนวนไม่น้อย จากสถิติระหว่างปี 2547-2557 เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 81 คน เสียชีวิตจากการก่อการร้าย บาดเจ็บ 445 คน เฉพาะปี 2557 ปีเดียวมีเด็กเสียชีวิตถึง 17 คน บาดเจ็บ 44 คน บางคนอาจถึงพิการ นอกจากนั้นในช่วง 10 ปีมีผู้หญิงเสียชีวิต 435 คน บาดเจ็บ 1,651 คน หากรวมสถิติในปี 2558-2559 จำนวนของเหยื่อที่เป็นเด็กและผู้หญิงจะสูงกว่านี้  

เมื่อพูดถึงผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของการก่อการร้ายจนเสียชีวิต ยังมีผู้หญิงอีกส่วนหนึ่งที่สามีเสียชีวิตเป็นเหยื่อของการก่อการร้าย ทำให้เกิดหญิงม่ายประมาณ 2,000 คนที่ต้องเลี้ยงดูลูกแต่ผู้เดียว นอกจากนั้นยังมีผลตามมาคือเด็กกำพร้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 2 อำเภอของ จ.สงขลา รวม 9,806 คน (สถิติของ ศอ.บต.) เด็กบางคนอาจกำพร้าแม่ บางคนอาจกำพร้าพ่อ บางคนอาจกำพร้าทั้งพ่อและแม่ แม้ทางการจะให้ความช่วยเหลือเยียวยา แต่ก็นั่นก็เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

คนอีกกลุ่มหนึ่งที่อยากเขียนถึง คือ ครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนถึงปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว 184 คน บาดเจ็บ 127 คนโรงเรียน 204 โรงถูกเผา คนไทยคงนึกไม่ถึงว่าจะมีโจรหรือผู้ก่อการร้ายที่เผาได้แม้กระทั่งโรงเรียนที่พวกมันก็เรียนหนังสือมาแล้ว ครูและนักเรียนตกเป็นเหยื่อความรุนแรงตลอดมา

ทำอย่างไรเราจะสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้กับผู้หญิงและเด็ก ครูและนักเรียน เพื่อให้พวกเขาปลอดจากการตกเป็นเหยื่อของการก่อการร้าย ในการฟื้นฟู “พูดคุยเพื่อสันติสุข” กับตัวแทนกลุ่มก่อการร้าย รัฐบาลได้เรียกร้องให้สร้างพื้นที่ปลอดภัย เป็นความสำคัญเร่งด่วนอันดับต้นๆ ซึ่งน่าจะรวมถึงพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก สตรี ครู นักเรียน ก่อนหน้านี้องค์กรสตรีเคยเรียกร้องมาแล้วแต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากกลุ่มก่อการร้ายแต่อย่างใด ครั้งนี้รัฐบาลลงมาช่วยโดยตรง อีกทั้งเป็นช่วงจังหวะที่เหมาะที่รัฐบาลมาเลเซียกำลังเจอปัญหาทั้งด้านการเมืองและวิกฤตการเงิน ค่าเงินริงกิตตก ปัญหาจากคนมาเลย์ที่ไปร่วมกับกลุ่มไอเอส ฯลฯ คู่พูดคุยไม่อยู่ในฐานะที่จะต่อรองได้เหมือนครั้งก่อน และจะมาหลอกเพื่อซื้อเวลาแบบก่อนนั้นอีกไม่ได้ เพียงแต่รัฐบาลต้องระวังนักการเมืองไทยในพื้นที่ด้วยกันเอง

เราขอเรียกร้องให้องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กลุ่มเอ็นจีโอต่างประเทศ อาทิ องค์กรนิรโทษกรรมสากลของอังกฤษ ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดสิทธิมนุษย์ของอเมริกา กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) องค์กรพัฒนาเอกชน หรือ เอ็นจีโอไทยทั้งหลายออกมาประณามการกระทำอันโหดร้ายทารุณป่าเถื่อน ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรงชัดเจน ช่วยกันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง เด็กในพื้นที่ขัดแย้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และบางส่วนของ จ.สงขลา โดยเร็ว โดยประชาชนทุกเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรมในพื้นที่ต้องเป็นเริ่มต้นก่อน ด้วยการประกาศไม่ยอมรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นองค์กรระหว่างประเทศ กลุ่มสิทธิมนุษยชนประเทศเพื่อนบ้านต้องร่วมมือกดดันกลุ่มก่อความรุนแรง ส่วนในประเทศนั้น รัฐบาล คสช. ต้องควบคุมพฤติกรรมของนักการเมืองบางพวกไม่ให้เข้าเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้าย รัฐต้องจัดการกับกลุ่มผลประโยชน์อย่างจริงจัง

ถ้าทุกฝ่ายช่วยกันทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ความรุนแรงที่กระทำต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กควรจะลดลง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท