
"บิ๊กฉัตร"ลงใต้ดูแก้น้ำท่วมหลังฝนถล่มต่อเนื่อง
รมว.เกษตร ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมหลังฝนถล่มต่อเนื่อง
รมว.เกษตร ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมหลังฝนถล่มต่อเนื่อง
วันที่ 8 ธ.ค. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ดูสถานการณ์น้ำท่วม ตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ได้แก่ พื้นที่สวนส้มโอทับทิมสยาม เนื้อที่ 2,200 ไร่ การแจกจ่ายเสบียงสัตว์ช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง 270,000 ตัว ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ร่วมทั้งติดตามการจัดทำโครงการระยะยาว
- โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช
- โครงการอ่างเก็บน้ำวังหีบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ
- โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ
- โครงการขุดลอกแม่น้ำปากพนัง ความยาว 90 กม.
รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วม ได้มอบให้ รมว.มหาดไทย และ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ การแก้ปัญหาต้องมีระยะสั้น/ระยะยาว มีความยั่งยืน ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เช่น ปีนี้ประเทศไทยอยู่ในปรากฏการณ์ลานิญา ทำให้มีฝนมากขึ้น การแก้ปัญหาต้องบูรณาการ และ ความร่วมมือจากประชาชน
การแก้ปัญหาในระยะสั้น คือ ต้องเร่งผลักดันน้ำ โดยเพิ่มเครื่องสูบน้ำ และ เครื่องผลักดันน้ำ รอรับน้ำใหม่ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีฝนเข้ามาอีกในช่วงวันที่ 10 ธ.ค. 59
การบริหารจัดการน้ำ ขอให้ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ปี 2558 - 2569 ซึ่งครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งน้ำอุปโภคบริโภค น้ำแล้ง น้ำท่วม คุณภาพน้ำ เป็นต้น หากดำเนินการได้ทั้งหมด จะทำให้สมบูรณ์
ส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาพืชไร่พืชสวนสามารถแช่น้ำได้นานเท่าไร ต้องประสาน กรมชลประทานในการระบายน้ำให้ทันเวลา จากนั้นต้องพิจารณาการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร
โครงการระยะยาว ได้แก่ โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช และ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เชื่อมั่นว่าพระองค์ท่านทรงศึกษามาเป็นอย่างดีแล้ว
"ท่านนายกฯอยากให้ดำเนินการขุดคลองใหม่ในโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมดูเรื่องการเก็บน้ำไว้ใช้ด้วย ในส่วนอ่างเก็บน้ำทั้ง 7 แห่ง มีความจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อเก็บกักน้ำ ขอให้เตรียมการไว้แต่เนิ่นๆในส่วนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจตรวจสอบเพื่อพัฒนาปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ ต้องขยายผลอย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่พระองค์ท่านพระราชทานไว้"พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว
นอกจากนั้นกระทรวงเกษตรฯมีนโยบายยกมาตรฐานสินค้าเกษตร เช่น ที่ จ.นครศรีธรรมราช มีส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งมีที่เดียวในประเทศไทย หากไม่มีการส่งเสรมมาตรฐาน อาจจะทำให้ไร้คุณค่า หน่วยราชการต้องช่วยควบคุมมาตรฐาน การทำเกษตรแปลงใหญ่เป็นการรวมกลุ่มกำหนดมาตรฐาน
ต้องเพิ่มเติมเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อลดความเสี่ยง ลดการพึ่งพาภายนอก อยู่ได้ในยามวิกฤต มีความมั่นคง ปีนี้ กระทรวงเกษตรฯส่งเสริมให้เกษตรกรทำเกษตรทฤษฎีใหม่ 70,000 แห่งดังนั้นขอให้ข้าราชการ ทำความ เข้าใจนโยบาย นำไปดำเนินการ ทำงานเป็นทีม บูรณาการกัน เพื่อความสุขของเกษตรกร และ เป็นความภาคภูมิใจของพวกเราข้าราชการ







