
ไฟเขียวแก้กม.แบงก์ชาติ
ครม.ไฟเขียวแก้กฎหมายแบงก์ชาติ เปิดทางกองทุนฟื้นฟูฯ แก้วิกฤตสถาบันการเงิน พร้อมติดอาวุธ ธปท. คุมความมั่นคงแบงก์เฉพาะกิจ
ครม.ไฟเขียวแก้กฎหมายแบงก์ชาติ เปิดทางกองทุนฟื้นฟูฯ แก้วิกฤตสถาบันการเงิน พร้อมติดอาวุธ ธปท. คุมความมั่นคงแบงก์เฉพาะกิจ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติหลักการร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป
ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดกลไกในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือสถาบันการเงินที่ประสบภาวะวิกฤตทางการเงิน อันอาจกระทบต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและระบบการเงิน รวมทั้งเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) ให้สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินตามแผน แนวทาง และวิธีการที่ ครม.อนุมัติ
นางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ธปท.ได้เสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทดแทนบทเฉพาะกาลมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ที่สิ้นสุดลงตั้งแต่ปี 2555 ซึ่ง ครม.มีมติอนุมัติหลักการ เพื่อให้กองทุนฟื้นฟูฯ เข้าแก้ไขปัญหาในสถาบันการเงินที่เกิดวิกฤตได้แล้ว
“การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้มีกลไกดูแลแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินไม่ให้ส่งผลกระทบเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจการเงินโดยรวม ซึ่งจะทำให้ระบบการเงินไทยมีกระบวนการรองรับในเรื่องนี้อย่างครบถ้วน เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันไว้ล่วงหน้าในภาวะที่สถาบันการเงินไทยขณะนี้มีความเข้มแข็งและมีเสถียรภาพดี“ นางฤชุกร กล่าว
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน ซึ่งมีสาระสำคัญในการเพิ่มอำนาจให้ ธปท. โดยความเห็นชอบของรมว.คลัง กำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ต้องปฏิบัติตาม
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายใหม่ ธปท. สามารถนำหลักเกณฑ์ความมั่นคงของ ธปท.มาบังคับใช้กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจแทนหลักเกณฑ์ตามกฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ แม้จะมีเนื้อหาแตกต่างจากกฎหมายตั้งธนาคารเฉพาะกิจนั้นๆ และจะกำหนดกระบวนการแก้ไขปัญหากรณีเงินกองทุนต่ำกว่ากำหนด (PCA) และกรณีการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น (PPA) ที่เหมาะกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และกำหนดโทษของกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5 แสน-1 ล้านบาท
สำหรับแนวทางนี้จะทำให้ ธปท.สามารถดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบถ้วน ส่งผลให้การดำเนินงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีธรรมาภิบาลและโปร่งใสมากขึ้น







