
งบกลางปี1.9แสนล.
รัฐบาลจัดงบกลางปีอีก 1.9 แสนล้าน ลงกลุ่มจังหวัด 1 แสนล้าน กองทุนหมู่บ้านอีก 6 หมื่นล้าน
รัฐบาลจัดงบกลางปีอีก 1.9 แสนล้าน ลงกลุ่มจังหวัด 1 แสนล้าน กองทุนหมู่บ้านอีก 6 หมื่นล้าน
นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา อนุมัติแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม (งบกลางปี) ประจำปีงบประมาณ 2560 วงเงิน 1.9 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ แหล่งเงินจะมาจาก 2 ส่วน คือ ภาษีสภาพคล่องส่วนเกิน กำไรสะสมของรัฐวิสาหกิจกับส่วนราชการอื่นๆ 27,078.3 ล้านบาท และเงินกู้โดยออกพันธบัตรออมทรัพย์เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 162,921.69 ล้านบาท โดยจะเสนอ พ.ร.บ.งบประมาณกลางปี 2560 นี้ให้ ครม. ภายในวันที่ 17 ม.ค. 2560 ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในเดือน ก.พ.
สำหรับสัดส่วนการใช้งบประมาณจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ จะนำมาใช้ในการลงทุนโครงการพัฒนา 18 กลุ่มจังหวัด และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนตามนโยบายรัฐบาล วงเงิน 1 แสนล้านบาท จัดสรรให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 62,921 ล้านบาท เฉลี่ยกองทุนละ 5 แสนบาท และเพื่อชดเชยเงินคงคลังของรายจ่ายงบประมาณในปีที่ผ่านมา 27,078.3 ล้านบาท
นอกจากนี้ การดำเนินโครงการลงทุนผ่านกลุ่มจังหวัดจะแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก จัดทำเวิร์กช็อปกลุ่มจังหวัด ซึ่งมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณรับผิดชอบ
ขั้นตอนที่ 2 จัดทำโครงการลงทุนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะมี สศช. ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย ร่วมจัดทำ ซึ่งขั้นตอนนี้กลุ่มจังหวัดจะต้องมีการเสนอโครงการเข้ามาภายในวันที่ 28 ธ.ค. 2559 และขั้นตอนที่ 3 คณะกรรมการกลั่นกรองจะพิจารณาโครงการต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 5-7 วัน โดยคาดว่าเงินจะเข้าสู่กลุ่มจังหวัดได้ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2560
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้รายงานว่า ตาม พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 21 นั้น กรอบวงเงินสูงสุดที่รัฐบาลสามารถกู้เงินได้ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 อยู่ที่ 611,549.4 ล้านบาท แต่เนื่องจากปีงบประมาณ 2560 รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณขาดดุลไปทั้งสิ้น 3.9 แสนล้านบาท จึงยังมีวงเงินที่กู้ได้อีกประมาณ 221,549.4 ล้านบาท โดยครั้งนี้รัฐบาลจึงกู้เงินเพิ่มเติมอีกเพียงประมาณ 1.6 แสนล้านบาทเศษ







