
ตำรวจปัดค้นสำนักงานบีบีซีไทย
สันติบาล ยืนยันยังไม่ค้นสำนักงานบีบีซีไทย จ่อเรียกผู้เกี่ยวข้องให้ปากคำ ด้าน พล.อ.ประวิตร สั่งดำเนินการตามกฎหมาย
สันติบาล ยืนยันยังไม่ค้นสำนักงานบีบีซีไทย จ่อเรียกผู้เกี่ยวข้องให้ปากคำ ด้าน พล.อ.ประวิตร สั่งดำเนินการตามกฎหมาย
วันที่ 7ธ ค.พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รักษาราชการ แทนผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 4 (รรท.ผบก.ส.4) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังตรวจค้น ที่ทำการสำนักข่าว บีบีซี ประจำประเทศไทย ที่อาคารมณียา ว่า ยืนยันจากการตรวจสอบไม่มีตำรวจ และทหาร หรือ หน่วยงานความมั่นคงเข้าไปตรวจค้นที่ทำการสำนักงานข่าวบีบีซี ตามที่มีกระแสข่าวออกมา แต่ยอมรับว่า ตำรวจ บก.ปอท. เตรียมตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าว รวมทั้งเตรียมพิจารณาเชิญตัวแอดมินของเว็บไซต์บีบีซีไทย ผู้แปล บรรณาธิการ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันฯ เข้าให้ปากคำ หลังขยายผลของ สภ.เมืองขอนแก่น ที่ควบคุมตัว นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดินที่ถูกจับกุมตามหมายจับในข้อหาหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการแชร์ลิงก์รายงานข่าวของบีบีซีไทย นอกจากนี้ยังเตรียมตรวจสอบเว็บไซต์อื่น ที่อาจเข้าข่ายในลักษณะความผิดเดียวกัน
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอแนะนำประชาชนไม่ควรแชร์ข้อมูลต่างๆ ที่อาจเข้าข่ายความผิด รวมถึงไปรวมตัวกันบริเวณหน้าสำนักข่าวบีบีซีประจำประเทศไทย ขอให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการกับสำนักข่าวบีบีซีประจำประเทศไทย จากกรณีที่นำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ว่า เรื่องนี้ก็มีการไปเสนอข่าว เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ที่ต้องดำเนินการอะไรที่ผิดกฎหมาย ไม่ละเว้น เมื่อถามว่าจะฟ้องร้องสำนักข่าวดังกล่าวหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อะไรที่ผิดก็ว่าไปตามขั้นตอน สำหรับการเข้าตรวจค้นสำนักงานของสำนักข่าวนี้เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่ ไปดูว่ามีอะไรผิดบ้าง แม้สำนักข่าวนี้มีสำนักงานอยู่ต่างประเทศ แต่เขาใช้คนในประเทศไทยไม่ใช่หรือ เป็นเพื่อนๆผู้สื่อข่าวด้วยกันทั้งนั้น ต้องไปดู ต่อข้อถามว่าต้องสั่งปิดสำนักงานบีบีซีในไทยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนยังไม่รู้เลยว่าปิดอะไร ต้องรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการ อะไรที่ผิดก็ว่าไปตามผิดไม่มีอะไร
ภาพ อสมท.







