posttoday
บททดลองข้อเสนอทางออกทางเลือก สำหรับกรณีโรงไฟฟ้ากระบี่

บททดลองข้อเสนอทางออกทางเลือก สำหรับกรณีโรงไฟฟ้ากระบี่

07 ธันวาคม 2559

การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ เป็นปัญหาความขัดแย้งทางสังคมที่เรื้อรังมาหลายปีและยังไม่มีทางออก

โดย...พลเดช  ปิ่นประทีป

การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ เป็นปัญหาความขัดแย้งทางสังคมที่เรื้อรังมาหลายปีและยังไม่มีทางออก กลุ่มผู้ประท้วงยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุด  ล่าสุดนายกรัฐมนตรีต้องแถลงว่าให้ชะลอโครงการออกไปก่อนถ้าประชาชนยังไม่พร้อม และอยากให้หน่วยงานไปสำรวจความคิดเห็นของชาว จ.กระบี่ ส่วนใหญ่ว่ายินดีให้สร้างหรือไม่

ในเรื่องนี้คู่ขัดแย้งหลักฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่ต้องดูแลระบบความมั่นคงทางพลังงานของประเทศและภูมิภาค คือกระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อีกฝ่ายเป็นเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นและภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่ ซึ่งมีความห่วงใยต่อผลกระทบด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามัน

ในภาพรวมต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลที่หนักแน่นและน่ารับฟังมาสนับสนุนด้วยกันทั้งสิ้น  ที่น่าดีใจคือกระแสความตื่นตัวของสังคมไทยในด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้พัฒนา-ยกระดับไปมาก ในความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตของสันติวิธี ทุกฝ่ายไม่มีใครใช้ความรุนแรง  ต่างฝ่ายต่างใช้ข้อมูลและหลักฐานทางวิชาการมาหักล้างกัน  แม้ในบ่อยครั้งที่อาจมีการปั้นแต่งข้อมูลและวาดภาพ ใส่อารมณ์ที่เกินจริงกันไปบ้าง ก็เป็นเพียงเพื่อสร้างกระแสสนับสนุนฝ่ายตนในวาทกรรมการต่อสู้-โค่นล้มกันทางความคิดเท่านั้น ไม่ควรถือสาหาความ คิดเสียว่าเป็นเพียงส่วนประกอบที่สร้างสีสัน

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยคณะกรรมาธิการพลังงานได้ตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะขึ้นมาทำการศึกษาข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ส่วนทางด้านรัฐบาลเองก็ได้ตั้งคณะกรรมการไตรภาคีฯ ขึ้นมาเพื่อหาทางออก แต่ดูเหมือนว่าประเทศและสังคมไทยจะยังไม่มีข้อยุติที่ได้จากกลไกเหล่านี้ว่าสิ่งที่ทุกฝ่ายยอมรับได้นั้นคืออะไร

สาเหตุหนึ่งที่กลไกรัฐที่ตั้งขึ้นมายังหาคำตอบไม่พบ คือการยังคงวนเวียนกันอยู่กับคำถามเดิมว่า “สร้าง” หรือ “ไม่สร้าง” ซึ่งเป็นคำถามในระนาบเดียวกัน เลือกทางใดก็จะมีฝ่ายหนึ่งชนะอีกฝ่ายหนึ่งแพ้ จึงไม่สามารถที่จะมีคำตอบในระดับที่สูงกว่าได้ เพราะฝ่ายสนับสนุนให้สร้างก็จะหาเหตุผลร้อยแปดมาแสดง ส่วนฝ่ายคัดค้านก็หาข้อมูลหลักฐานมาหักล้าง

ตัวเลข ข้อมูล สถิติที่น่าเวียนหัวถูกนำมาอ้างอิงกันไปมา จนสังคมสับสนไปหมดว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ไม่รู้จะเชื่อใครดี ในที่สุดจึงเลือกที่จะฟังจากคนใกล้ชิดและปิดประตูที่จะรับฟังเหตุผลของฝ่ายอื่น ยิ่งกว่านั้นยังมองคนที่คิดต่างว่าเป็นปฏิปักษ์กลายเป็นการแบ่งขั้วแยกฝ่ายทางสังคมไปโดยไม่รู้ตัว

เพื่อช่วยกันหาทางออกให้กับปัญหาของประเทศด้วยอีกแรงหนึ่ง ผมขอเสนอให้ใช้คำถามใหม่ คือ “การสร้างหรือไม่สร้างอย่างมีเงื่อนไข” เพื่อให้สังคมไทยและกองเชียร์ทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะชุมชนท้องถิ่นผู้อาจได้รับผลกระทบ ช่วยกับขบคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน จนค้นพบทางออกทางเลือกที่ยกระดับไปกว่าเดิม  

ทางเลือก 1 “ชะลอการสร้างโรงไฟฟ้า” ภายใต้ข้อเสนอที่ชัดเจน ดังนี้

1) รัฐจะชะลอการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ ออกไปเป็นระยะเวลา 3 ปี ตามข้อเรียกร้องของเครือข่ายผู้คัดค้าน โดยมีเงื่อนไขว่าเครือข่ายฯ จะต้องรณรงค์ให้มีการผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนเพื่อการพึ่งตนเอง จากพลังงานทางเลือกต่างๆ โดยชุมชน ท้องถิ่น และภาคเอกชนในพื้นที่ จ.กระบี่ เป็นผู้ดำเนินการให้ได้อย่างน้อย 100 เมกะวัตต์

2) ในระหว่าง 3 ปีนี้รัฐจะส่งเสริมให้กิจการรายใหญ่ในพื้นที่ จ.กระบี่ ดำเนินการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน เพื่อการพึ่งตนเองอย่างเต็มศักยภาพ และเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย โดยจะรับซื้อกระแสไฟฟ้าส่วนเกินอย่างเต็มเพดาน ทั้งนี้ต้องไม่ทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบด้านราคาค่าไฟฟ้า

3) ในกรณีที่เครือข่ายฯ สามารถทำได้สำเร็จตามเงื่อนไข รัฐจะสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง “องค์การไฟฟ้าส่วนท้องถิ่น” ใน จ.กระบี่ ขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อพัฒนารูปแบบการกระจายศูนย์การบริหารกิจการพลังงานไฟฟ้าและการพึ่งตนเองทางพลังงานของท้องถิ่นและภูมิภาคในระยะยาว

4) ในกรณีที่เครือข่ายฯ ไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไข เครือข่ายฯ ยินดีสนับสนุนให้มีการสร้างและขยายกิจการโรงไฟฟ้าใน จ.กระบี่ ทุกรูปแบบตามที่รัฐจะมีนโยบายต่อไป

 ทางเลือก 2 “สร้างโรงไฟฟ้าโดยมีเงื่อนไข”  ดังนี้

1) กระบวนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทุกรูปแบบใน จ.กระบี่ ต้องผ่าน EIA/HIA ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเพื่อเป็นการสร้างความโปร่งใสและเกิดความไว้วางใจของสาธารณชน รัฐต้องจัดให้ภาคประชาชน (โดยเฉพาะฝ่ายต่อต้าน) ได้มีตัวแทนเข้าไปร่วมเป็นกรรมการตรวจการก่อสร้างและกำกับดูแลการดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าถ่านหินทุกขั้นตอน

2) จัดให้มีกองทุนเพื่อการเยียวยาโดยภาคประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อดูแลการเกิดอุบัติเหตุจากการดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าในทุกกรณี

3) เพื่อเป็นการชดเชยการเสียสละแก่ชุมชนท้องถิ่นผู้อยู่ในละแวกที่ตั้งโรงไฟฟ้า ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเฉพาะ 4 ประเภท* คือ บ้านอยู่อาศัย กิจการขนาดเล็ก กิจการขนาดกลาง ส่วนราชการ และองค์กรที่ไม่แสวงกำไร ในเขตพื้นที่ 3 อำเภอรอบใน (อ.เมือง อ.เหนือคลอง และ อ.เกาะลันตา) ได้สิทธิประโยชน์ในการใช้ไฟฟ้าในอัตราที่ถูกว่าผู้ใช้ทั่วไป 0.20 บาท/ยูนิต ส่วนอำเภออื่นอีก 4 อำเภอ ได้อัตราที่ลดลง 0.10 บาท/ยูนิต  ( หมายเหตุ*  กฟภ.แบ่งผู้ใช้ไฟฟ้าเป็น 8 ประเภท ได้แก่ 1.บ้านอยู่อาศัย 2.กิจการขนาดเล็ก 3.กิจการขนาดกลาง 4.กิจการขนาดใหญ่ 5.กิจการเฉพาะอย่าง 6.ส่วนราชการและองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร 7.สูบน้ำเพื่อการเกษตร 8.ไฟฟ้าชั่วคราว)

4) เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ระบบเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง รัฐต้องสนับสนุนให้มีธุรกิจเพื่อสังคมและ SME ในพื้นที่ เป็นคู่ค้ากับโรงไฟฟ้าในด้านต่างๆ ทั้งระหว่างการก่อสร้างและการดำเนินกิจการ
ต่อเนื่อง และให้ใช้แรงงานในพื้นที่เป็นหลัก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท