posttoday
ถอนรากนำเข้ารถ

ถอนรากนำเข้ารถ

07 ธันวาคม 2559

ท่ามกลางปัญหาการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีของบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลรถเมล์ 489 คัน มูลค่ากว่า 3,300 ล้านบาท ซึ่งมีข้อกังขาในการนำเข้ามาในประเทศไทย ว่านำเข้ามาถูกต้องตามเงื่อนไขที่ตกลงกันหรือไม่ มีความไม่ชอบมาพากลให้ได้ประโยชน์ประหยัดภาษีนำเข้า หรือเป็นการกลั่นแกล้งจากภาครัฐในการนำเข้าดังกล่าว

ท่ามกลางปัญหาการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีของบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลรถเมล์ 489 คัน มูลค่ากว่า 3,300 ล้านบาท ซึ่งมีข้อกังขาในการนำเข้ามาในประเทศไทย ว่านำเข้ามาถูกต้องตามเงื่อนไขที่ตกลงกันหรือไม่ มีความไม่ชอบมาพากลให้ได้ประโยชน์ประหยัดภาษีนำเข้า หรือเป็นการกลั่นแกล้งจากภาครัฐในการนำเข้าดังกล่าว

กรณีนี้หากภาครัฐมีการกลั่นแกล้งทางเอกชน หน่วยงานที่ควบคุมบริหารคงต้องเข้าไปจัดการไม่ให้เกิดการหาประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว แต่ถ้าทางฝั่งเอกชนมีการซ่อนเงื่อนหาประโยชน์ และหน่วยงานรัฐตรวจสอบพบจริง ก็ควรจะต้องตรวจสอบย้อนหลัง รถเมล์เอ็นจีวีที่บอกว่าเป็นสเปกเดียวกัน นำเข้าแจ้งต้นทุนที่ราคาใกล้เคียงกันเข้ามาวิ่งให้บริการในประเทศไทยแล้ว 6,000-7,000 คัน ว่ารถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าวนำเข้ามาได้อย่างไรใครทุจริตให้นำเข้ามา หรือนำเข้ามาโดยจ่ายภาษีถูกต้อง

ตามที่ทราบกันว่า บริษัท เบสท์ริน ผู้ชนะการประมูลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ที่แบ่งจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรก 489 คัน วงเงินกว่า 4,000 ล้านบาท โดยผู้ชนะประมูลบริษัท เบสท์ริน เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางกว่า 600 ล้านบาท ทำให้ชนะประมูลที่ราคากว่า 3,300 ล้านบาท

จากนั้นในการทยอยนำเข้าเพื่อจัดส่งให้ ขสมก. ครั้งแรกต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีมาก่อน 100 คัน โดยระบุว่านำเข้ามาจากโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศมาเลเซีย บริษัท อาร์ แอนด์ เอ คอมเมอเชียล วีฮีเคลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ทำให้ไม่เสียภาษีนำเข้า หรือภาษีนำเข้าเหลือ 0% ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า หากรถยนต์ดังกล่าวเข้าเงื่อนไขใช้ชิ้นส่วนประกอบ 40-70% ของประเทศสมาชิก แต่ถ้าหากตรวจสอบพบว่าเป็นการนำเข้ารถทั้งคันจากนอกอาเซียน เช่น นำเข้าจากประเทศจีน จะต้องเสียภาษีนำเข้า 40%

บนข้อมูลที่โต้แย้งกันดังกล่าว ทางเอกชนบอกว่านำเข้ามาประกอบที่มาเลเซีย และมีหลักฐานจากหน่วยงานรัฐของประเทศมาเลเซียมายืนยันว่าประกอบในมาเลเซีย แต่ทางกรมศุลกากรของไทยมีข้อมูลยืนยันว่าการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าวนำเข้าจากจีนแบบทั้งคัน ไม่เข้าเงื่อนไขอาฟต้าต้องเสียภาษีนำเข้าคันละ 40% และไหนๆ เมื่อกรมศุลกากรต้องตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว ก็ควรตรวจสอบรถเมล์เอ็นจีวีที่มีการบอกกันว่าก่อนหน้านี้มีการนำเข้ามาแล้วกว่า 6,000 คัน ด้วยสเปกรถยนต์ และราคาตามที่แจ้งเดียวกันว่ามีการนำเข้ามาถูกต้องหรือไม่

งานนี้จึงไม่ควรตรวจสอบรถเมล์เอ็นจีวีที่นำเข้าแค่ล็อตนี้ 100 คันเท่านั้น ควรจะต้องตรวจสอบย้อนหลังไปในกลุ่มรถเมล์เอ็นจีวีที่นำเข้ามากว่า 6,000 คัน และที่จะต้องนำเข้ามาอีกจากการประมูลครั้งนี้ 389 คัน ว่ามีการนำเข้ามาตามเงื่อนไขที่จะได้ลดภาษีนำเข้าระหว่างประเทศสมาชิกถูกต้องหรือไม่

เมื่อจะเข้าตรวจสอบเรื่องรถเมล์เอ็นจีวีแล้ว ก็ตรวจสอบให้แบบถอนรากถอนโคนไปเลย เพราะเป็นที่ทราบกันว่าการประมูลรถเมล์ ขสมก.แต่ละครั้ง มีผลประโยชน์ได้เสียสูงมาก มีการฟ้องร้องล้มประมูลกันเงินทอนเงินตกหล่นเป็นหลักหลายร้อยล้านบาท หรือหากใครได้แบบเปลี่ยนยกล็อตรถเมล์ ขสมก.ที่ตามแผนจะเปลี่ยนถึงกว่า 3,000 คัน งานนี้ทุจริตจะเป็นหลักพันล้าน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท