posttoday
ข่าวดีของเศรษฐกิจโลก

ข่าวดีของเศรษฐกิจโลก

06 ธันวาคม 2559

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

หลายวันก่อนหน้านี้ ผมบังเอิญอ่านพบบทความที่น่าสนใจของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก พออ่านแล้วชักมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ว่า เศรษฐกิจโลกพอจะมีทีท่าว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง และอาจทำให้การส่งออกของไทยขยายตัวตามเป้าหมายร้อยละ 5 ของทางราชการ

เขาบอกว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขชี้วัดฐานะทางเศรษฐกิจที่เป็นบวกหลายตัว ตั้งแต่ตัวเลขการส่งออกของประเทศเกาหลี จนถึงตัวเลขการผลิตของสหภาพยุโรป

ผมขอไม่แปลบทความนี้ทั้งหมด แค่ขอสรุปสาระว่า เขาได้รวบรวมตัวเลขรายงานทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ที่ขยายตัวในทางที่ดีขึ้นของประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจของโลกหลายประเทศ เช่น ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 แสนตำแหน่งงาน ในขณะที่ตัวเลขการว่างงานคงอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 4.9 ต่ำสุดในรอบ 8 ปี ตัวเลขการใช้กำลังการผลิตของสหรัฐขยายตัวสูงสุดในรอบ 5 เดือน และดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปีเช่นกัน

เช่นเดียวกับในสหรัฐ อัตราการว่างงานในสหภาพยุโรปที่มีปัญหามาหลายปีก็เริ่มลดลง โดยลดลงถึง 9.8% ในเดือน ต.ค. ต่ำสุดตั้งแต่เดือน ก.ค. 2552 ทำให้เป็นที่คาดหวังว่าผู้บริโภคจะมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นและอัตราการผลิตในภาคอุตสาหกรรมก็ขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี

ส่วนในเกาหลีใต้ การส่งออกขยายตัว 2.7% ในเดือน พ.ย. หลังจากที่ติดลบ 3.2% ในเดือน ต.ค. สำหรับในประเทศญี่ปุ่น บริษัทต่างๆ สามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้น 11% หลังจากทำกำไรได้ลดลงเพราะปัญหาเศรษฐกิจมาหลายปีเช่นกัน

นอกจากนั้น เขาก็ยกตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศอื่น เช่น แคนาดา รัสเซีย เป็นต้น ขึ้นมาพูดถึงว่า เริ่มฟื้นตัวขึ้นเช่นกัน

ทั้งหลายทั้งปวงก็เพื่อให้ท่านมีความหวังว่าประเทศไทยเราจะสามารถส่งออกได้ตามเป้าหมายของทางราชการ สำหรับปี 2559 นี้ ที่ตั้งเป้าการขยายตัวไว้ร้อยละ 5 ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐ ยุโรป จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศอื่นๆ ฟื้นตัว ก็น่าจะทำให้ไทยสามารถส่งสินค้าไปขายได้เพิ่มขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้การค้าขายของแต่ละประเทศมักอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน ถ้าสหรัฐสั่งสินค้านำเข้าจากจีนหรือญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น จีนหรือญี่ปุ่นก็จะสั่งซื้อชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบจากประเทศอื่นมาใช้ผลิตสินค้าที่จะส่งไปขายในสหรัฐเพิ่มขึ้น

การส่งออกของไทยมีปัญหามาหลายปี มีปัญหาด้านราคาสินค้าส่งออกที่ลดลงต่อเนื่อง นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2556 เพิ่งจะพลิกกลับมาเป็นบวกทุกหมวดสินค้าเมื่อไม่นานมานี้ เพราะเหตุผลที่อ้างว่าความต้องการของสินค้าส่งออกของไทยในตลาดโลกลดตามสภาวะเศรษฐกิจของโลก ถ้าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวตามที่เริ่มมีทีท่าตามตัวเลขเศรษฐกิจที่บลูมเบิร์กรวบรวมมารายงานในบทความข้างต้น การส่งออกของไทยก็น่าจะขยายตัวได้เพิ่มขึ้นโดยต่อเนื่อง อย่างน้อยคงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ตามเป้าหมาย

ภายหลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ที่คนอเมริกันส่วนใหญ่เลือก โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีนโยบายหลายประการที่เน้นการปกป้องคุ้มครองธุรกิจของคนอเมริกัน เน้นการสร้างเศรษฐกิจจากภายในประเทศ ให้มีการจ้างงานภายใน

ทรัมป์ ประกาศว่า ไม่ลังเลที่จะตั้งกำแพงภาษีเพื่อกีดกันสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่บริษัทอเมริกันไปลงทุนผลิตในต่างประเทศ หรือสินค้าที่รัฐบาลอเมริกันพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการทุ่มตลาด สร้างการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม (สำหรับสหรัฐ) เขาได้เข้าไปแทรกแซงการตัดสินใจลงทุนของบริษัทอเมริกันที่จะย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศตั้งแต่ยังไม่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จนบริษัทต้องยินยอมที่จะคงฐานการผลิตไว้ในสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าไปแทรกแซงระบบการตลาดเสรีที่สหรัฐพยายามยัดเยียดให้ประเทศอื่นตลอดมาอย่างชัดแจ้ง

เพราะฉะนั้น ถึงแม้เราจะเริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีใครเอาก้อนหินมาปิดปากอุโมงค์ได้เหมือนกัน จึงคงต้องเตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมแผนสำรองไว้บ้างในกรณีที่เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นว่า เศรษฐกิจจะเดินไปทางไหนที่จะทำให้สามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืน

มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า เรานิยมสร้างค่านิยมว่า เมืองไหนจะเป็นฮับอุตสาหกรรมสารพัดชนิด ฮับการบิน ฮับการท่องเที่ยว ฮับการสัมมนา ฮับการรักษาพยาบาล หรือแม้แต่ฮับแฟชั่น ฯลฯ แต่จนถึงปัจจุบันดูเหมือนว่า เรายังไม่สามารถสร้างประเทศให้เป็นฮับอะไรที่ประกาศได้อย่างชัดเจน จึงทำให้เราไม่มีจุดแข็งอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งที่สามารถแข่งขัน หรือแย่งชิงตลาดที่ให้มูลค่าเพิ่มสูงกว่าคู่แข่งได้อย่างแท้จริง

ผมชอบขี่จักรยานออกกำลังกาย พอสนใจก็เริ่มศึกษาเรื่องจักรยานว่า รถจักรยานยี่ห้อดังๆ ราคาเป็นแสนบาทหลายยี่ห้อของประเทศตะวันตกนั้น ล้วนแล้วแต่ผลิตในประเทศไต้หวัน ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ จนไต้หวันได้ชื่อว่า อาณาจักรของรถจักรยาน ผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานทุกประเภทตั้งแต่ตัวรถ มือจับ เบาะนั่ง ล้อรถ ยางรถ ราคาแพงส่งไปขายทั่วโลก รวมทั้งสามารถสร้างแบรนด์รถระดับสูงของตัวเองแข่งขันกับแบรนด์คู่แข่ง (ที่ตัวเองผลิตชิ้นส่วนให้) ไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะรุ่งโรจน์หรือซบเซา ไต้หวันก็สามารถส่งจักรยานและชิ้นส่วนไปขายแข่งกับประเทศอื่นได้ โดยเน้นการขายสินค้าชั้นบน ระดับสูง ราคาแพง และปล่อยให้คู่แข่งอย่างจีนผลิตสินค้าระดับรองลงมาขาย โดยบางทีก็ไปตั้งโรงงานในประเทศจีน เพื่อผลิตสินค้าประเภทนั้นเสียเอง เพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์ของสินค้าระดับสูงที่ผลิตในไต้หวัน

ที่เขียนมาไม่ได้กำลังเสนอให้ไทยผลิตจักรยานแข่งกับจีนหรอกครับ แต่ภาครัฐและเอกชนจะร่วมมือกันทำประเทศไทยเป็นฮับของอุตสาหกรรมอะไรก็ได้ อีกแค่ 2-3 อย่าง เพิ่มเติมจากอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องปรับอากาศก็พอที่จะทำให้เราสามารถเอาตัวรอดไปได้ในยุคที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนและความเสี่ยงสูงช่วงที่ โดนัลด์  ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐในอีก 4-8 ปีข้างหน้านี้

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย