posttoday
ต้องให้ทั่วถึง

ต้องให้ทั่วถึง

06 ธันวาคม 2559

การที่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลส่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการนำเสนอโครงการซื้อสินค้าไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท โดยต้องเป็นร้านค้าที่มีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบออกให้ จึงจะสามารถนำมาหักลดหย่อนเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การที่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลส่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการนำเสนอโครงการซื้อสินค้าไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท โดยต้องเป็นร้านค้าที่มีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบออกให้ จึงจะสามารถนำมาหักลดหย่อนเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

นี่เป็นมาตรการเดิมที่รัฐบาลนำมาใช้อีกครั้ง หลังจากที่เคยทำมาแล้วเมื่อปลายปี 2558 และได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อภาคประชาชนให้คึกคักขึ้นนั้น เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลก็ยังไม่มั่นใจว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะฟื้นตัวได้ดีมีแรงส่งไปจนถึงปี 2560 หรือไม่

กระทรวงการคลังดีดลูกคิดมาแล้วว่าผู้ที่จะใช้สิทธินี้มีเพียง 9 ล้านคนที่เสียภาษีเงินได้ ค่าลดหย่อนที่แต่ละคนจะได้ก็ได้ตามฐานภาษีของตัวเอง คนที่มีฐานภาษีสูงก็จะได้คืนภาษีมากกว่าคนที่มีฐานภาษีต่ำ แต่คลังมั่นใจว่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บได้จากการใช้จ่ายที่สะพัดกว่าเดิมนั้นคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเงินที่เสียไปให้กับผู้ที่ขอหักค่าลดหย่อนเสียภาษีเงินได้

นั่นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่มาตรการช็อปช่วยชาติเมื่อปีที่แล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ไปซื้อโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพง ซึ่งสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้า ดังนั้นสิ่งที่จะก่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจจะนับรวมในภาคการผลิตไม่ได้ จะต้องนับเป็นส่วนของการค้าและบริการเท่านั้น

หากการกระตุ้นเศรษฐกิจสามารถทำได้ลึกลงไปถึงผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าโอท็อป ซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศและใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลักก็จะดียิ่งกว่านี้ เพราะจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเงินไปผลักดันให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กขยายตัวดีขึ้น แต่มาตรการช็อปช่วยชาติยังคงเน้นไปที่การให้กับผู้ผลิตและจำหน่ายขนาดใหญ่ที่มีการตั้งเป็นนิติบุคคลและจดทะเบียนการเสียภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งกลุ่มเอสเอ็มอีและผู้ผลิตสินค้าโอท็อปทั้งหลาย ยังทำได้น้อยมาก

สิ่งที่กระทรวงการคลังควรจะต้องทำในระยะต่อไป คือการต้องคิดว่าทำอย่างไรจะให้ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าโอท็อปรายเล็กรายน้อยได้ประโยชน์จากมาตรการนี้บ้าง จะด้วยแนวทางใดก็ต้องไปพิจารณาว่าจะให้รวมกลุ่มกัน หรือส่งเสริมให้ดำเนินการขายและจำหน่ายในรูปสหกรณ์ให้มากยิ่งขึ้น ก็น่าจะช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้ดีกว่าให้ต่างคนต่างขาย และก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนักจากมาตรการของรัฐ

ขณะนี้ก็รู้กันดีว่าเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กก็จะล้มหายตายจากไปก่อน เพราะมีภูมิต้านทานและมีเงินทุนน้อยกว่ารายใหญ่ นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ถึงกับออกปากให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาลดดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ช่วยเหลือให้อยู่รอดในสถานการณ์เศรษฐกิจเช่นนี้

แทนที่จะใช้วิธีการวอนขอให้ช่วย กับการวางระบบหาวิธีสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้กับเอสเอ็มอีน่าจะดีกว่า การดำเนินการผ่านมาตรการช็อปช่วยชาติก็เป็นการช่วยเหลือทางหนึ่ง สินค้าชั้นดีที่ผู้ผลิตโอท็อป หรือกลุ่มเอสเอ็มอีของไทยทำออกมาขายก็เป็นของคุณภาพ และได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นอย่างดี

การทำให้ทุกกลุ่มได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ จึงจะนับว่าเป็นนโยบายที่ดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท