posttoday
ไทยเสนอโทษประหารต้านโกง

ไทยเสนอโทษประหารต้านโกง

05 ธันวาคม 2559

นิตยสารข่าวนิกเกอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการถกเถียงต่อบทลงโทษผู้กระทำผิดฐานคอร์รัปชั่น ซึ่งอาจมีโทษสูงสุดถึงการประหารชีวิต โดยเป็นบทลงโทษที่มีไว้เพื่อควบคุมการคอร์รัปชั่นในอนาคต ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากความกังวลที่โทษดังกล่าวจะมีความรุนแรงมากเกินไป ในขณะที่หลายชาติทั่วโลกยกเลิกหรือพยายามยกเลิกโทษประหาร

นิตยสารข่าวนิกเกอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการถกเถียงต่อบทลงโทษผู้กระทำผิดฐานคอร์รัปชั่น ซึ่งอาจมีโทษสูงสุดถึงการประหารชีวิต โดยเป็นบทลงโทษที่มีไว้เพื่อควบคุมการคอร์รัปชั่นในอนาคต ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากความกังวลที่โทษดังกล่าวจะมีความรุนแรงมากเกินไป ในขณะที่หลายชาติทั่วโลกยกเลิกหรือพยายามยกเลิกโทษประหาร

นิกเกอิ รายงานว่า มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นผู้นำเสนอแนวคิดการนำโทษประหารมาบังคับใช้กับนักการเมืองและข้าราชการที่มีการซื้อขายตำแหน่ง เพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นออกจากวงการการเมือง ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่ของไทย

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวมีเสียงค้านจากหลายฝ่าย เช่น พีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุว่า การกำหนดโทษจำเป็นต้องให้เหมาะสมกับการกระทำผิด และหลายประเทศทั่วโลกได้ยกเลิกการใช้โทษประหารไปแล้ว ขณะที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อต้านโทษประหารเช่นกัน และระบุว่า แม้จะเห็นด้วยกับการเพิ่มโทษต่อการกระทำผิดฐานทุจริต แต่ควรพิจารณาบทลงโทษอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ การคอร์รัปชั่นนับเป็นปัญหาของไทย โดยดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นปี 2015 ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พบว่าไทยอยู่อันดับที่ 76 จากทั้งหมด 168 ประเทศทั่วโลก ซึ่งแม้อันดับของไทยจะปรับตัวดีขึ้นมาติดต่อกันเป็นปีที่ 2 อย่างไรก็ตาม คะแนนของไทยยากที่จะขยับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2012 และอยู่ที่ 38 คะแนน จาก 100 คะแนนเต็ม เมื่อปี 2015 เท่านั้น

นิกเกอิ ระบุว่า คะแนนของไทยและอันดับห่างไกลจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย ขณะที่สามารถชนะอินโดนีเซียและเวียดนามมาได้เล็กน้อย โดยนักการเมืองไทยมักจะไม่ลาออกจากตำแหน่งหากจับได้ว่ามีการคอร์รัปชั่น และพยายามจะอยู่ในตำแหน่งให้นานที่สุด ส่งผลให้สาธารณชนไม่เชื่อมั่นในนักการเมือง

นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญใหม่ของไทยยังมีความพยายามในการจำกัดอิทธิพลของพรรคการเมือง โดยทหารจะยังคงควบคุมวุฒิสภาไปอีก 5 ปี และสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งได้ ขณะที่รัฐธรรมนูญยังจำกัดให้สภาผู้แทนราษฎรยากต่อการครองเสียงส่วนใหญ่เพียงพรรคเดียว ซึ่งเป็นการลดอิทธิพลของพรรครัฐบาล

นิกเกอิ ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา มีชัย ได้เสนอลดจากการประหารชีวิตเหลือจำคุกตลอดชีวิตต่อความผิดฐานซื้อขายตำแหน่ง แต่ยังคงระบุว่า โทษประหารนั้นเป็นแนวคิดที่ดีกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีชัย ไม่โอนอ่อนตามเสียงวิพากษ์วิจารณ์

“ไม่มีทางลัดสำหรับประชาธิปไตย คอร์รัปชั่นจะต้องได้รับการกำจัดโดยการให้ความรู้และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการขับเคลื่อนรัฐบาล” แดนทอง บรีน ประธานสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท