posttoday
สธ.เตือนฝนตกชุกระวังเด็กป่วยปอดบวม

สธ.เตือนฝนตกชุกระวังเด็กป่วยปอดบวม

29 สิงหาคม 2553

รมช.สาธารณสุขห่วงเด็กป่วยโรคปอดบวมหลังฝนตกชุก ชี้เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของโรคติดเชื้อทั้งหมด พร้อมจัดโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้เด็กอายุ6เดือน-2ปีฟรีที่รพ.รัฐ

รมช.สาธารณสุขห่วงเด็กป่วยโรคปอดบวมหลังฝนตกชุก ชี้เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของโรคติดเชื้อทั้งหมด พร้อมจัดโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้เด็กอายุ6เดือน-2ปีฟรีที่รพ.รัฐ

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า จากสภาพที่มีฝนตกชุก ในช่วงนี้อากาศมีความชื้นสูง  จะทำให้ประชาชนป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจได้ง่าย ที่น่าห่วงก็คือโรคปอดบวม ซึ่งโรคนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของโรคติดเชื้อทั้งหมด  มักพบผู้ป่วยมากในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย. และพบได้บ่อยในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  ในแต่ละปีมีเด็กทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคปอดบวมกว่า 2 ล้านคน    สำหรับประเทศไทยจากการเฝ้าระวังโรคในปี 2552 ทั่วประเทศมีเด็กป่วย  62,852 คน เสียชีวิต 60 คน  ในปี 2553 ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม พบเด็กป่วยแล้ว 32,925 คน เสียชีวิต 17 คน   

"ขอให้ผู้ปกครองระมัดระวังดูแลเด็กๆอย่างใกล้ชิดในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะเด็ก 4 กลุ่ม ขอให้ดูแลเป็นพิเศษ  ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ เด็กที่มีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย เด็กขาดสารอาหาร และเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด  เพราะหากป่วยเป็นโรคปอดบวมแล้วจะมีอันตรายมาก อาจเสียชีวิตได้  เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้มีภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าเด็กปกติทั่วไปมาก"นางพรรณสิริกล่าว

ด้าน นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค  กล่าวว่า  โรคปอดบวมเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง    สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อได้หลายชนิด เช่นแบคทีเรียและเชื้อไวรัส  ซึ่งเกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อที่ปอดโดยตรง หรือเกิดตามหลังอาการหวัดหรือเชื้อไปตามกระแสเลือดจากการป่วยมาก่อน   โดยสาเหตุของโรคปอดบวมในเด็ก เกือบครึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสเช่นกลุ่มไข้หวัดใหญ่  ที่เหลือเป็นแบคทีเรีย ที่พบบ่อยคือเชื้อสเตรปโตคอคคัส นิวโมเนอี (Streptococcus pneumoniae) และฮีโมฟิลัส อินฟลูเอ็นซาอี (Haemophilus influenzae  ) ซึ่งบางครั้งอาจเกิดเป็นภาวะแทรกซ้อนร่วมกันได้

หากเด็กเล็กไม่สบาย พ่อแม่จะต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กยังไม่สามารถบอกอาการได้เหมือนผู้ใหญ่ วิธีการดูแลเด็กที่เป็นหวัด ขอให้เด็กดื่มน้ำหรือกินนมบ่อยๆ ให้เด็กนอนพักผ่อนให้เพียงพอ  กินอาหารที่ย่อยง่าย หากมีไข้ให้เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำธรรมดา  และอาจให้กินยาลดไข้พาราเซตามอล  

นายแพทย์มานิตกล่าวต่อว่า  โดยปกติเด็กที่เป็นหวัดเกือบทั้งหมด เกิดจากเชื้อไวรัส  อาการจะหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์  โดยหลังจากวันที่ 3 อาการควรจะเริ่มดีขึ้น  ไข้ลดลง  อาจไอต่อไปได้อีก 1-2 สัปดาห์    แต่หากเด็กยังไม่ดีขึ้น และมีอาการต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นสัญญานของอาการปอดบวม ได้แก่ มีไข้สูง เด็กมีอาการซึมลง ไม่กินน้ำกินนม  ไอมีเสมหะ  หายใจหอบเร็ว หรือหายใจมีเสียงดังฮื๊ดหรือเสียงหวีด    หายใจแรงจนชายโครงบุ๋ม  ให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที   เพื่อรักษาตั้งแต่ระยะแรก อันตรายต่างๆจะน้อยลง       

ทั้งนี้สธ.ได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดบริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวให้กับเด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี  สามารถรับบริการได้ฟรีที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 31 ต.ค.2553

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท