
ทรงพระเจริญ
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อประเทศชาติบ้านเมืองและปวงชนชาวไทยเป็นยิ่งแล้ว ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อประเทศชาติบ้านเมืองและปวงชนชาวไทยเป็นยิ่งแล้ว ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงตอบรับการขึ้นทรงราชย์ โดยพระราชดำรัสตอบรับนั้นแสดงให้เห็นถึงพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทยอย่างยิ่ง จึงขออัญเชิญมาอีกครั้ง เพื่อร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้
“ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทย เชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ว่าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมนเทียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับ เพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง”
พระราชดำรัสดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของพระองค์ที่จะทรงกอปรพระราชกรณียกิจในภายภาคหน้าเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทย เช่นเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระราชบิดา ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อพุทธศักราช 2493 ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงพสกนิกรชาวไทยมาตั้งแต่ยังทรงเป็นสยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทรงโปรดให้สร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชขึ้น 21 แห่งในพื้นที่ ซึ่งในอดีตเคยเป็นถิ่นทุรกันดารเพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งเจ็บป่วย
ในด้านการศึกษาทรงรับโรงเรียนไว้ในพระราชูปถัมภ์รวม 14 โรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนซึ่งในอดีตเป็นถิ่นทุรกันดาร พระราชทานความช่วยเหลือทุกด้านแก่โรงเรียนเหล่านี้
ทรงรับอุปการะเด็กกำพร้าซึ่งสูญเสียบิดามารดาและผู้ปกครองจากเหตุการภัยธรรมชาติ รวมทั้งเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
ด้านการทหาร นอกจากทรงร่วมปฏิบัติการรบในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศแล้ว ด้านการป้องกันภัยคุกคามภายนอก ได้ทรงปฏิบัติการรบในพื้นที่ภาคตะวันออก และทรงเป็นครูการบินให้กับนักบินรบของกองทัพอากาศ
ด้านการเกษตร ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อส่งเสริมอาชีพหลักของปวงชนชาวไทยตลอดมา พระราชกรณียกิจครั้งสำคัญ ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ปวงพสกนิกร คือการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานการทำนาสาธิตโดยใช้ปุ๋ยหมัก ณ ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2529 ทรงถอดฉลองพระบาท ถลกพระสนับเพลา ทรงพระดำเนิน
ลุยโคลน หว่านพันธุ์ข้าวปลูกและปุ๋ยหมักในแปลงนาสาธิตโดยมิได้มีกำหนดการไว้ก่อน ยังความปลื้มปีติและซาบซึ้งในพระราชจริยวัตรเป็นอย่างยิ่ง
พระราชกรณียกิจมากมายตั้งแต่ครั้งยังดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสยามมกุฎราชกุมาร แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในพระราชหฤทัยเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยตลอดมา ซึ่งปวงพสกนิกรชาวไทยล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างดี
ขออานุภาพคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ตลอดจนพระบรมเดชานุภาพแห่งพระสยามเทวาธิราช และสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดอภิบาลบันดาลดลให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณฯ ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ พระชนมพรรษายิ่งยืนนาน พระบารมีแผ่ไพศาล เป็นมิ่งขวัญหลักชัยให้ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยร่มเย็นเป็นสุข ตราบกาลนาน







