
ปภ.ลุยสร้างเครือข่าย กู้ภัยพิบัติ-ลดความเสี่ยง
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติและให้บริการข้อมูลข่าวสารในการแจ้งเตือนภัยแก่หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งทาง ปภ.ได้พยายามใช้การสื่อสารและช่องทางต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงประชาชนสะดวก เข้าใจง่าย และรวดเร็ว โดยได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่เสี่ยงภัย จึงได้ดำเนินโครงการสร้างเครือข่ายศูนย์เตือนภัยพิบัติภาคประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามภูมิภาคต่างๆ
ทั้งนี้ได้กำหนดพื้นที่ดำเนินการโครงการทั้งสิ้น 5 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี สุรินทร์ เพชรบุรี ตราด และนครศรีธรรมราช โดยกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้เป็นผู้ที่เข้าร่วมจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ประชาชนที่สนใจ เครือข่าย มูลนิธิ ผู้มีจิตอาสา ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี และจังหวัดใกล้เคียงประมาณ 300 คน เพื่อให้งานอาสาเตือนภัยภาคประชาชนมีความเข้มแข็งและเป็นไปอย่างเป็นระบบ
ชยสาร โทณานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ เสริมศักยภาพในการสนับสนุนการแจ้งเตือนภัยพิบัติ อันเป็นการ
ส่งเสริมและสนับสนุนการให้ความรู้และการสร้างเครือข่ายด้านการเตือนภัยพิบัติแก่ประชาชน และเผยแพร่ความรู้ ทบทวน และซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติด้านการแจ้งเตือนภัยและการป้องกันสาธารณภัยแก่สมาชิกเครือข่ายฯ ภาคประชาชน ให้สามารถทำหน้าที่ในการเผชิญภัยเบื้องต้นได้ รวมทั้งให้สมาชิกเครือข่ายฯ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้กับสมาชิกในชุมชนของตนต่อไป
“โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายป้องกัน ลดความสูญเสีย ให้ความรู้กับประชาชนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อการสื่อสารเข้าใจและแม่นยำ ซึ่งประชาชนก็เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ศูนย์ได้รับขอมูลที่แท้จริงถึงสภาพของพื้นที่ ความเดือดร้อนและผลกระทบที่ประชาชนได้รับจริงๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีคุณค่ามากกว่าเก็บจากข่าวสารทั่วไป ยกตัวอย่างชุมชนที่เคยได้รับผลกระทบและมีประสบการณ์ที่รุนแรง จ.พังงา มีความเข้มแข็งและมีความพร้อมทั้งด้านข้อมูลและการประสานงานกับส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง” ชยสาร กล่าว
สำหรับโครงการจะใช้หลัก 3 ประการในการให้ความรู้กับประชาชน 1.ให้ความรู้ทั่วไปถึงพื้นที่นั้นๆ 2.ให้ประชาชนเข้าใจและสามารถเผชิญภัยเบื้องต้นได้ 3.ฝึกซ้อมในการกู้ภัยและเผชิญภัยเบื้องต้นด้วยตัวเองได้โดยคัดตัวแทนประชาชน สำหรับโครงการนี้จะจัดขึ้นที่ จ.สิงห์บุรี เป็นจังหวัดแรก ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นของประชาชนชาวสิงห์บุรีและจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก มีการตื่นรู้และพร้อมที่จะป้องกันและเป็นตัวแทนบอกต่อที่ดีต่อไป
ขณะที่ ปรีชา ทองคำ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 16 ชัยนาท กล่าวว่า จ.ชัยนาท ยังคงมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เชิงเขาใน อ.หันคา และ อ.เนินขาม อุณหภูมิลดต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องก่อไฟผิงเพื่อคลายหนาว จึงเป็นห่วงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เชิงเขา เนื่องจากในฤดูหนาวอากาศจะแห้ง ทำ
ให้หญ้าและกิ่งไม้ติดไฟง่าย ประกอบกับมีลมพัดกระโชกอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและหาแนวทางป้องกันไฟป่าลุกลามเข้าสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งขอความร่วมมือไม่ให้จุดไฟเผาป่าหรือตอซังข้าวเพราะผิดกฎหมายและมีอันตรายจากการลุกลาม
ด้าน ฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ปัจจุบันภาคใต้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว จึงได้ประสานกองอำนวยการ ปภ. 14 จังหวัดภาคใต้ ให้เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติในช่วงฤดูมรสุมอย่างเข้มข้น โดยกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบและแบ่งมอบภารกิจอย่างชัดเจนครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการเฝ้าระวังและการติดตามสถานการณ์ภัย การแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็ว การเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ การเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และครอบคลุมทุกมิติ
ปัจจุบันการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาภัยบัติธรรมชาติ ทั้งวาตภัยและอุทกภัยนั้น ทาง ปภ.ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่นในเชิงรุก หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจะได้เข้าไปแก้ปัญหาได้ทันที







